วิธีดูยางรถยนต์ ตัวเลขบนยาง ขนาดยางรถยนต์ อ่านยังไง?

เคยสงสัยกันไหมว่า ? ตัวเลขบนยางรถยนต์ มีความหมายอย่างไร ? ทำไมต้องมี ? หากคุณกำลังค้นหาคำตอบในประเด็นนี้อยู่ ไม่ต้องไปตามหาจากที่อื่นให้เสียเวลา เพราะทาง ID Driver สถาบันสอนขับรถ ต่อใบขับขี่ เรียนขับรถ ได้รวบรวมรายละเอียดต่าง ๆ มาไขข้อข้องใจให้คุณแบบละเอียดยิบ รับรองว่าอ่านจบแล้วต้องร้อง “อ๋อ” อย่างแน่นอน แต่จะมีความหมายว่าอย่างไรบ้างนั้น ไปติดตามและทำความเข้าใจพร้อม ๆ กับเราได้เลย !

วิธีดูยางรถยนต์ ความหมายตัวเลขบนยางรถยนต์ ฉบับเข้าใจง่าย !

เชื่อว่าหลายคนที่เคยสังเกต แก้มยางรถยนต์ แล้วพบตัวเลขต่าง ๆ ถูกสลักอยู่ คงจะเกิดความสงสัยไปตาม ๆ กันใช่ไหมล่ะ ? ว่าตัวเลขหรือตัวอักษรเหล่านั้น กำลังบอก “อะไร” คุณอยู่หรือเปล่า ? บอกตรงนี้เลยว่าบอกอะไรคุณได้หลายอย่างเลยล่ะ ! ซึ่งยางรถยนต์ ส่วนใหญ่ จะขึ้นต้นด้วยตัวอักษร P และตามด้วยตัวเลขเสมอ เช่น P225/55R15 91S โดยส่วนใหญ่จะเป็นยางของรถยนต์ทั่วไป รวมไปถึงยางรถตู้ขนาดเล็ก

แต่หลายครั้งมักจะมีตัวอักษร T ปรากฏมาให้เห็นบ้าง หากคุณได้พบเจอผ่านตามาบ้าง ก็ไม่ต้องแปลกใจหรือคิดว่ายางรถของคุณมีความปกติ หรือไม่ได้มาตรฐาน เพราะตัวอักษรดังกล่าวย่อมาจากคำว่า Temporaray ที่แปลว่า “ชั่วคราว” หมายถึง ยางอะไหล่นั่นเอง

วิธีอ่านรหัสบน ยางรถยนต์ ตัวเลขต่าง ๆ บอกอะไร ?

หากคุณยังมองภาพไม่ออกว่าตัวอักษรและตัวเลขต่าง ๆ บนยางรถ มีการอ่านค่าหรือมีความหมายว่าอย่างไร ? บ่งบอกถึงขนาดยางรถยนต์หรือไม่ ? เราจะอธิบายให้คุณเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น ด้วยการยกตัวอย่างจากรหัส P225/55R15 91S

วิธีอ่านรหัสบนยางรถยนต์ ตัวเลขต่างๆ บนยางรถยนต์

ความกว้างของยาง

ตัวเลขแรกของยางจะบอกในเรื่อง “ความกว้างหน้ายาง” เป็นมาตรฐาน เลข 225 หมายถึง “ความกว้างของยางส่วนที่สัมผัสกับพื้น” ซึ่งตามปกติแล้วจะมีหน่วยเป็นมิลลิเมตร โดยวัดจากแก้มยางด้านหนึ่งไปสู่อีกด้าน (ไม่รวมความสูงของตัวหนังสือ สัญลักษณ์ หรือส่วนต่าง ๆ ที่ยื่นออกมาจากแก้มยาง) สำหรับตัวเลข 225 ที่เรายกตัวอย่างมา จะหมายความว่าหน้ายางมีขนาดอยู่ที่ 225 มิลลิเมตร

อัตราส่วนขนาดล้อรถ (แก้มยาง)

สำหรับ “อัตราส่วนขนาดล้อรถ”​ หรือที่หลายคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี ในชื่อเรียกว่า “ซีรีส์ยาง” จะเป็นตัวเลขลำดับต่อมา คือ 55 โดยจะวัดอัตราส่วนระหว่างความสูง และความกว้างของยางรถ สำหรับตัวเลขดังกล่าวจะหมายความว่า ยางมีความสูงอยู่ที่ 55% ของความกว้าง ซึ่งบอกถึง “สมรรถนะ” ในการเกาะพื้นผิวถนนนั่นเอง

ประเภทโครงสร้างยางรถยนต์

สำหรับ “โครงสร้าง” ภายในยางรถยนต์จะมีทั้งหมด 2 แบบ คือ Radial (R) และ Diagonal or Bias Ply (D) ซึ่งมีความหมายดังนี้

  • Radial หรือยางเรเดียล คือ ยางที่มีโครงสร้างเป็นผ้าใบ และเส้นลวดพันอยู่รอบยางในมุมทแยงกับเส้นรอบวง
  • Diagonal or Bias Ply หรือยางผ้าใบ คือ ยางที่นำผ้าใบมาเรียงซ้อนกันแบบเฉียงไปมาหลายชิ้น

ซึ่งจากตัวอย่าง คือ P225/55R15 91S หมายความว่ายางรถยนต์เส้นนี้ ใช้ยางรูปแบบเรเดียลนั่นเอง

*หมายเหตุ: ในปัจจุบันยางรถยนต์ เปลี่ยนมาใช้ยาง R แทบทั้งหมด

ขนาดยางรถยนต์เส้นผ่าศูนย์กลางของล้อ

สำหรับตัวเลขลำดับที่สาม คือ 15 ซึ่งตามปกติแล้วจะมีหน่วยเป็นนิ้ว จากตัวอย่าง P225/55R15 91S หมายความว่ายางรถยนต์เส้นนี้ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ 15 นิ้ว (ใส่กับล้อกระทะ หรือ ล้อแม็ก ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 15 นิ้ว) หรือที่หลายคนคุ้นเคยกันดีในชื่อว่า “ยางรถยนต์ขอบ15” นั่นเอง

ความสามารถในการรับน้ำหนัก

สำหรับตัวเลขชุดสุดท้าย คือ 91 หมายถึง “ความสัมพันธ์” ระหว่างดัชนีรับน้ำหนัก กับความสามารถในการรับน้ำหนักของยางแต่ละเส้น ไม่ใช่น้ำหนักที่สามารถรองรับได้ ตามปกติแล้วจะเริ่มต้นที่ 60-179 หรือเป็นตัวเลขที่แสดงถึงความสามารถในการรับน้ำหนัก ได้ตั้งแต่ 250-7,750 กิโลกรัม พูดง่าย ๆ ว่าน้ำหนักบรรทุกที่ยางสามารถรับได้ เมื่อ “เติมลมยางรถยนต์เต็มที่”

ดัชนีความเร็วของยาง

สำหรับดัชนีความเร็วของยาง จากตัวอย่าง P225/55R15 91S จะหมายถึงตัวอักษร S ซึ่งสามารถใช้ความเร็วได้สูงสุด 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ถ้าหากบางรุ่นที่แทนด้วยตัวอักษร R จะสามารถใช้ความเร็วได้สูงสุด 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือถ้าเป็นตัวอักษรอื่นก็จะมีความหมายว่าทำความเร็วได้แตกต่างกันออกไป

S : ยางเส้นนั้นรองรับความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

T : ยางเส้นนั้นรองรับความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

H : ยางเส้นนั้นรองรับความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

V : ยางเส้นนั้นรองรับความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

W : ยางเส้นนั้นรองรับความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

Y : ยางเส้นนั้นรองรับความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

Z : ยางเส้นนั้นรองรับความเร็วสูงสุดอยู่ที่ มากกว่า 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ต้องบอกก่อนว่ายางที่มีดัชนีความเร็วสูง ย่อมมีความสามารถในการ “ยึดเกาะถนน” ได้ดีกว่า หากมีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยน ควรใช้ยางอะไหล่ที่มีดัชนีความเร็วเท่าเดิมหรือสูงกว่า ทั้งนี้เพื่อ “รักษาความสามารถ” ในการทำความเร็วของรถยนต์นั่นเอง แต่ถ้าหากใช้ยางรถยนต์ที่มีค่าดัชนีรถยนต์ไม่เท่ากัน แนะนำให้ยึด “ค่าต่ำที่สุด” เพื่อความปลอดภัย

*หมายเหตุ: “ดัชนีความเร็วสูงสุด” ไม่ใช่ความเร็วแนะนำในการเดินทาง อย่าได้คิดเร่งเครื่องตามตัวเลขที่ปรากฏเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นอาจจะผิดกฎหมายจราจรได้

จะเห็นได้ว่าตัวเลขต่าง ๆ บนยางรถยนต์คู่ใจ ที่เรานำมาบอกต่อคุณในวันนี้ ไม่ใช่ตัวเลขหรือตัวอักษรที่นำมาสลักบนแก้มยางเพื่อความสวยงาม หรือความแปลกตาแต่อย่างใด เพราะอย่างที่เห็นว่าทั้งตัวเลขและตัวอักษรต่าง ๆ ล้วนมีความหมายเฉพาะตัว ดังนั้นหากต้องการเปลี่ยนยาง หรือต้องการหาซื้อยางอะไหล่ ควรจะยึดข้อมูลในส่วนนี้เป็นหลักจะดีที่สุด

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “ยางรถยนต์” เป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนรถยนต์ชิ้นสำคัญ ที่คุณไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด เพราะถ้าหากยางหรือล้อรถยนต์เกิดปัญหา ไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือใหญ่มากแค่ไหนก็ตาม ล้วนส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าหากคุณต้องการสร้างความอุ่นใจให้มากขึ้น ด้วยเหตุผลที่ว่า “อุบัติเหตุไม่เลือกเวลาเกิด” สามารถเลือกซื้อประกันรถยนต์ เพื่อเสริมความมั่นใจตลอดการเดินทาง โดยเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์กับ ID Driver สถาบันสอนขับรถ ต่อใบขับขี่ เรียนขับรถ ได้ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป !


สนใจเรียนขับรถพร้อมสอบใบขับขี่สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ:
Facebook : สอนขับรถพร้อมสอบใบขับขี่ที่ ไอดี ไดร์ฟเวอร์
Line : @iddrives (มี@ข้างหน้า)
โทรศัพท์ : 098-2610126 หรือ 0934083377
อีเมล : contact@iddrives.co.th

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : MrKumka

บทความล่าสุด

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนไอดีสอนทักษะอาชีพ (บริหารโดย บริษัท ไอดีไดรฟ์ จำกัด) จับมือ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดขอนแก่น (สกร.จังหวัดขอนแก่น) ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) มุ่งส่งเสริมผู้เรียน ฝึกอบรม และฝึกประสบการณ์ใน “หลักสูตรด้านมาตรฐานวิชาชีพ”

โรงเรียนไอดีสอนทักษะอาชีพ (บริหารโดย บริษัท ไอดีไดรฟ์ จำกัด) จับมือ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดขอนแก่น (สกร.จังหวัดขอนแก่น) ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) มุ่งส่งเสริมผู้เรียน ฝึกอบรม และฝึกประสบการณ์ใน “หลักสูตรด้านมาตรฐานวิชาชีพ”

อ่านต่อ >>
ยกระดับศักยภาพแรงงานไทย! สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติ ร่วมกับ โรงเรียนสอนขับรถไอดีไดร์ฟเวอร์ เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพแรงงานขับเคลื่อนการเติบโตภาคเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน จัดอบรมหลักสูตร “ครูฝึกด้านเทคนิคการขับรถยก” รุ่นที่ 1 และ 2

ยกระดับศักยภาพแรงงานไทย! สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติ ร่วมกับ โรงเรียนสอนขับรถไอดีไดร์ฟเวอร์ เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพแรงงานขับเคลื่อนการเติบโตภาคเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน จัดอบรมหลักสูตร “ครูฝึกด้านเทคนิคการขับรถยก” รุ่นที่ 1 และ 2

อ่านต่อ >>