4 สัญญาณเตือนอันตราย ที่บ่งบอกว่าปั๊มน้ำกำลังจะหมดสภาพ (กลับบ้านเก่า) ควรรีบส่งช่างเช็กทันทีครับ
1. น้ำนองใต้ท้องรถ (ฝั่งสายพานหน้าเครื่อง)
- จุดสังเกต: ก้มดูใต้ท้องรถตรงกับตำแหน่งสายพานและพูลเลย์หน้าเครื่อง หากพบ น้ำยาหล่อเย็น (สีเขียว, ชมพู หรือฟ้า) หยดหรือนองเป็นคราบ แสดงว่า “ซีลภายในปั๊มน้ำพัง” จนน้ำเล็ดลอดออกมาทางรูระบายฉุกเฉิน (Weep Hole) ของตัวปั๊มแล้วครับ
2. เสียงดัง “แกรกๆ” หรือ “หอนวี้ดๆ” จากหน้าเครื่อง
- จุดสังเกต: เวลาสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วเปิดฝากระโปรงฟัง จะมีเสียงโลหะขบกัน แกรกๆ หรือเสียงหอนตามจังหวะการเร่งเครื่องดังก้องออกมาจากปั๊มน้ำ เกิดจาก “ลูกปืนแกนปั๊มน้ำแห้งหรือแตก” จากการโดนน้ำรั่วซึมเข้าไปกัดจาระบี
3. เครื่องฮีทตอนวิ่งความเร็วสูง (แต่จอดเดินเบาปกติ)
- จุดสังเกต: สตาร์ทรถจอดอยู่บ้านความร้อนขึ้นปกติไม่มีปัญหา แต่พอ ขับออกทางไกลหรือใช้ความเร็วแล้วเข็มความร้อนพุ่งสูง เกิดจาก “ใบพัดปั๊มน้ำสึกกร่อนหรือกุด” (มักเกิดจากสนิมเพราะใช้น้ำประปาเติม) ทำให้ไม่มีแรงปั่นน้ำให้ไหลเวียนได้ทันกับความร้อนที่เพิ่มขึ้นตามรอบเครื่องยนต์
4. พูลเลย์ปั๊มน้ำแกว่งหรือโยกคลอน
- จุดสังเกต: ตอนดับเครื่องยนต์และเครื่องเย็นสนิทแล้ว ลองใช้มือจับมู่เล่ย์ (พูลเลย์) ที่ต่อกับสายพานปั๊มน้ำแล้วออกแรงขยับดู หากพบว่ามัน หลวม โยกกึกกัก หรือหมุนแล้วแกว่งไม่เซ็นเตอร์ แสดงว่าแกนปั๊มน้ำพังยับเยินแล้ว ห้ามฝืนขับเพราะปั๊มอาจล็อกจนสายพานขาดได้ครับ
💡 จำง่ายๆ : น้ำหยด – เสียงหอน – วิ่งแล้วร้อน – พูลเลย์แกว่ง หากเจออาการใดอาการหนึ่งใน 4 ข้อนี้ เตรียมตัวเปลี่ยนปั๊มน้ำใหม่ได้เลยเพื่อความปลอดภัยของเครื่องยนต์ครับ
สนใจเรียนเรียนขับรถพร้อมสอบใบขับขี่สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ:
Facebook : สอนขับรถพร้อมสอบใบขับขี่ที่ ไอดี ไดร์ฟเวอร์
Line : @iddrives (มี@ข้างหน้า)
โทรศัพท์ : 083-5161596 หรือ 093-4083377
อีเมล : contact@iddrives.co.th
จำนวนคนเข้าชม
19







