แอร์ไม่เย็นต้องทำยังไง

เติมน้ำยาแอร์รถยนต์ หากพูดถึงสภาพอากาศบ้านเราตอนนี้ บอกได้เลยว่าร้อนแบบไม่มีที่ติจริงๆค่ะ หลายๆคนก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้อยู่กับแอร์เย็นๆ อย่างเช่น การได้นั่งทำงานอยู่ในห้องแอร์เย็นๆ หรือนั่งจิบกาแฟตามร้านคาเฟ่ต่างๆ

แต่ถ้าเกิดว่าเราจำเป็นต้องขับรถยนต์ออกไปข้างนอกในตอนที่แดดร้อนๆล่ะ ยิ่งถ้าขับอยู่ในเมืองที่รถติดแบบแออัดด้วยล่ะก็ ถ้าแอร์รถยนต์ไม่เย็นขึ้นมาก็คงทำให้เจ้าของรถหงุดหงิดไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ

ฉะนั้น วันนี้ ทาง ID Driver สถาบันสอนขับรถ ต่อใบขับขี่ เรียนขับรถ เราจะมาพูดถึงเรื่อง การเติมน้ำยาแอร์รถยนต์ จะรู้ได้ยังไงว่าควรเติมตอนไหน มีวิธีเช็คยังไง สาเหตุมาจากอะไรบ้าง รวมถึงวิธีการดูแลแอร์รถยนต์ของคุณให้เย็นได้นานขึ้น

จะรู้ได้ยังไงว่า ตอนไหนต้องเติมน้ำยาแอร์ ?

อาการผิดปกติของแอร์รถยนต์ที่ผู้ใช้รถจะเริ่มรู้สึกได้เป็นอันดับแรกก็คือ สังเกตได้ว่าลมที่ออกมาจากช่องแอร์นั้นไม่มีความเย็นหรือเย็นน้อยมากแม้จะปรับอุณหภูมิให้ต่ำแล้ว ซึ่งต่างจากที่เคยเป็น และจะยิ่งรู้สึกได้ชัดเจนขึ้นด้วยในกรณีที่คอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ทำงานเลย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะส่งผลให้ลมจากช่องแอร์นอกจากจะไม่เย็นแล้วยังกลายเป็นลมร้อนอีกต่างหาก

วิธีเช็คอาการเบื้องต้น

อันดับแรกที่ควรจะต้องเช็คก่อนและสามารถทำได้ด้วยตัวเองก็คือ การตรวจสอบกรองอากาศแอร์ว่ามีสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันหรือไม่ ถ้าหากพบว่ากรองแอร์สกปรกควรถอดมาเป่าหรือล้าง ทำความสะอาด หรือเปลี่ยนใหม่จากนั้นหากตรวจสอบกรองอากาศแอร์เรียบร้อยแล้วยังมีอาการแอร์รถยนต์ไม่เย็นเหมือนเดิม แสดงว่าอาจจะเกิดปัญหาที่ส่วนอื่นของระบบ อย่างเช่น น้ำยาแอร์พร่องจากการรั่ว หรือคอมเพรสเซอร์แอร์ พัดลมแอร์ไม่ทำงาน ซึ่งกรณีแบบนี้ควรนำรถไปให้ศูนย์บริการหรือร้านซ่อมแอร์รถยนต์ที่ได้มาตรฐานให้ช่วยตรวจสอบปริมาณน้ำยาแอร์ และรอยรั่วต่างๆค่ะ

สาเหตุที่ทำให้แอร์รถยนต์ไม่เย็น

1.น้ำยาแอร์ขาด

แอร์ไม่เย็น สาเหตุแรกอาจเกิดจากปริมาณน้ำยาแอร์ที่ส่งจากคอมเพรสเซอร์เพิ่มแรงดันเข้าสู่แผงคอยล์เย็นมีปริมาณน้อย ทำให้ปริมาณน้ำยาแอร์ที่เข้าไปดูดจับความร้อนภายในห้องโดยสารได้ในปริมานน้อย ส่งผลให้ภายในห้องโดยสารยังคงมีอากาศร้อนอยู่ อาจเกิดได้จากการใช้งานที่ยาวนาน ไม่ได้เติมน้ำยาแอร์ทำให้น้ำยาแอร์เหลือน้อย หรือเกิดจากการรั่วซึมของน้ำยาแอร์ในระบบ ซึ่งควรรีบแก้ไขทันที อย่าฝืนเปิดแอร์เพราะอาจทำให้มีผลเสียมากขึ้น

2.กรองแอร์รถยนต์อุดตัน

สาเหตุเบื้องต้นที่สุดที่ทำให้แอร์รถยนต์ไม่เย็นก็คือ การอุดตันของระบบระบายอากาศ ซึ่งอาจเป็นได้ตั้งแต่กรองอากาศแอร์ที่สกปรกจากฝุ่น หรืออาจจะมีคราบสกปรก คราบเชื้อรา ทำให้ช่องแอร์อุดตัน ส่งผลให้ระบบปรับอากาศในรถทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งอาจจะมีลักษณะของกลิ่นอับที่รู้สึกได้ชัดเจนขึ้นด้วย

3.ระบบไฟไม่ทำงาน

อีกสาเหตุหนึ่งที่ไม่คาดคิดแต่ก็อาจเกิดขึ้นได้และมีส่วนที่ทำให้แอร์ในรถของคุณไม่เย็นหรือหยุดทำงานคือ ไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในรถที่มีอายุการใช้งานมานาน และยิ่งถ้าอุณหภูมิภายนอกมีแนวโน้มสูงเกิน 45 องศาเซลเซียส ก็เพียงพอที่จะทำให้สายไฟเกิดความร้อนและลัดวงจรได้

4.แผงคอยล์แอร์แตกหรือหัก

แผงคอยล์แอร์ที่ติดตั้งอยู่บริเวณพัดลมระบายความร้อนในห้องเครื่องนั้นมีหน้าที่สำคัญในการระบายความร้อนของน้ำยาแอร์ ทำให้ภายในห้องโดยสารเกิดความเย็น หากมีสิ่งอุดตันและมีฝุ่นหรือแผงคอยล์เกิดการหักหรือชำรุด อาจทำให้การระบายอากาศไม่ดีและเกิดความร้อนขึ้นได้ อากาศร้อนที่พัดผ่านช่องระบายอากาศภายในรถของคุณตลอดเวลาอาจทำให้คอนเดนเซอร์เสียหายได้หากไม่ได้รับการดูแลอย่างจริงจัง

5.คอมเพรสเซอร์แอร์อาจมีปัญหา

คอมเพรสเซอร์มีหน้าที่สำคัญที่ทำให้อากาศภายในรถเกิดความเย็น ซึ่งถ้าหากตัวคอมเพรสเซอร์มีปัญหาเกิดการขัดข้องหรือมีการทำงานที่ผิดปกติก็อาจทำให้แอร์ในรถไม่เย็นได้ ส่วนอาการของคอมเพรสเซอร์เสียนั้นมีอยู่หลายสาเหตุด้วยกัน เช่น คลัตช์คอมเพรสเซอร์ทำงานขัดข้อง, ลูกสูบภายในคอมเพรสเซอร์หลวม, สายพานคอมเพรสเซอร์หย่อน หรือคอมเพรสเซอร์มีอายุการใช้งานมาอย่างยาวนาน

6.ฟิวส์ชำรุด

บางทีปัญหาแอร์ไม่เย็นอาจเกิดจากจุดเล็ก ๆ ที่เราคาดไม่ถึงอย่างฟิวส์เสียหรือฟิวส์ไหม้ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของแอร์รถยนต์ ทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ทำงาน และหากไม่รีบทำการแก้ไขเปลี่ยนฟิวส์ใหม่ยังอาจส่งผลต่อแผงวงจรไฟอื่น ๆ ภายในรถได้

7.พัดลมแอร์เสีย

พัดลมแอร์มีหน้าที่ส่งลมผ่านเข้ามาทางช่องแอร์หากความเย็นภายในห้องโดยสารลดลง มีความแรงของลมที่เบา พัดลมแอร์คืออุปกรณ์หนึ่งที่ต้องตรวจเช็กว่ายังทำงานปกติหรือเปล่า ในรถเก่าที่ใช้งานมาเป็นเวลานานมอเตอร์พัดลมอาจเสื่อมได้ หรืออีกสาเหตุหนึ่งอาจมาจากมีสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันทำให้พัดลมแอร์หมุนได้ไม่เต็มที่

5  วิธี  ดูแลแอร์รถยนต์

1.ปิดแอร์ก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ และก่อนถึงที่หมาย

2. เติมน้ำยาแอร์ให้ถูกชนิด และอยู่ในระดับตามที่คู่มือกำหนด

3. ตรวจเช็คแอร์ทุก 3 เดือน หรือทุกๆ 5,000 กิโลเมตร

4. ควรล้างตู้แอร์เป็นประจำทุกๆ 2 ปี

5. เมื่อไม่ได้ใช้รถเป็นเวลานานหลายๆวัน ก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ควรเปิดกระจกหรือประตูออก จากนั้นเปิดแอร์ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที เป็นปกติที่การใช้รถยนต์ไปนานๆ อาจทำให้ระบบต่างๆ ภายในรถยนต์เสื่อมสภาพ อุปกรณ์ทุกอย่างย่อมมีอายุการใช้งานและเกิดอาการทำงานผิดปกติกันได้ ระบบแอร์รถยนต์ ก็เช่นกันครับ เมื่อระบบแอร์มีปัญหา จึงควรนำรถไปให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบโดยทันที หากใครที่กำลังเจอกับปัญหาแอร์รถไม่เย็น และกำลังมองหาอู่ซ่อมที่ได้มาตรฐานและวางใจได้


สนใจเรียนขับรถพร้อมสอบใบขับขี่สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ:
Facebook : สอนขับรถพร้อมสอบใบขับขี่ที่ ไอดี ไดร์ฟเวอร์
Line : @iddrives (มี@ข้างหน้า)
โทรศัพท์ : 098-2610126 หรือ 0934083377
อีเมล : contact@iddrives.co.th


ขอขอบคุณข้อมูล : เยลโล่เซอร์วิส

บทความล่าสุด

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนไอดีสอนทักษะอาชีพ (บริหารโดย บริษัท ไอดีไดรฟ์ จำกัด) จับมือ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดขอนแก่น (สกร.จังหวัดขอนแก่น) ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) มุ่งส่งเสริมผู้เรียน ฝึกอบรม และฝึกประสบการณ์ใน “หลักสูตรด้านมาตรฐานวิชาชีพ”

โรงเรียนไอดีสอนทักษะอาชีพ (บริหารโดย บริษัท ไอดีไดรฟ์ จำกัด) จับมือ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดขอนแก่น (สกร.จังหวัดขอนแก่น) ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) มุ่งส่งเสริมผู้เรียน ฝึกอบรม และฝึกประสบการณ์ใน “หลักสูตรด้านมาตรฐานวิชาชีพ”

อ่านต่อ >>
ยกระดับศักยภาพแรงงานไทย! สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติ ร่วมกับ โรงเรียนสอนขับรถไอดีไดร์ฟเวอร์ เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพแรงงานขับเคลื่อนการเติบโตภาคเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน จัดอบรมหลักสูตร “ครูฝึกด้านเทคนิคการขับรถยก” รุ่นที่ 1 และ 2

ยกระดับศักยภาพแรงงานไทย! สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติ ร่วมกับ โรงเรียนสอนขับรถไอดีไดร์ฟเวอร์ เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพแรงงานขับเคลื่อนการเติบโตภาคเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน จัดอบรมหลักสูตร “ครูฝึกด้านเทคนิคการขับรถยก” รุ่นที่ 1 และ 2

อ่านต่อ >>