อาการ หัวเทียนรถยนต์ บอด/เสีย เป็นแบบไหน?

รถหนึ่งคัน ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนมากมาย ทั้งเล็ก และใหญ่ ซึ่งส่วนมากเราจะคิดถึงแต่ชิ้นส่วนใหญ่ๆ เพราะมันมองเห็นง่ายกว่า ทำให้บางครั้งเราก็หลงลืม หรือมองข้ามความสำคัญของชิ้นส่วนเล็กๆ ไป อย่างเช่น หัวเทียน (Spark Plug)

          วันนี้ทาง ID Driver สถาบันสอนขับรถ ต่อใบขับขี่ เรียนขับรถ จะมาแนะนำก่อนอื่นเรามารู้จักกับหัวเทียนกันก่อนดีกว่า เพราะบางคนอาจเคยได้ยินแต่ชื่อ แต่ไม่ได้รู้จักจริงจัง หรือสัมผัสกับมันมาก่อน เผื่อวันนึงเกิดเหตุฉุกเฉิน จะได้เช็กอาการ และทำอะไรเป็นได้บ้าง

          หน้าที่ของหัวเทียนคือ สร้างประกายไฟเพื่อเป็นการจุดระเบิดในห้องเผาไหม้ ทำให้เครื่องยนต์สตาร์ทติด และใช้งานขับเคลื่อนได้ เพราะเมื่อเชื้อเพลิงถูกสูบเข้าไป ประกายไฟที่เกิดจากหัวเทียนจะทำให้เกิดการจุดระเบิดพลังงานเกิดขึ้น และในรถหนึ่งคันจะมีหัวเทียนอยู่ 4 – 6 อัน โดยจะขึ้นอยู่กับขนาดเครื่องยนต์ของรถรุ่นนั้นๆ

     ลักษณะของหัวเทียนที่มักเห็นกันบ่อยๆ จะมีโลหะเป็นเปลือกนอก รูปทรงเกลียว แถมยังทำเป็นรูปหกเหลี่ยม เพื่อจะได้ง่ายเวลาใช้ประแจขันเข้า-ออก ส่วนฉนวนจะใช้เป็นกระเบื้อง หรือไม่ก็เซรามิคที่ทนความร้อนสูงเคลือบอยู่ภายใน และขั้วกลางที่เป็นตัวนำไฟฟ้า ส่วนใหญ่จะเป็นทองแดง และเคลือบนิเกิ้ลเอาไว้ที่ส่วนปลาย เพื่อให้ทนทานต่อประกายไฟ

     นอกจากนี้ หัวเทียน ยังแบ่งออกได้อีก 2 ชนิด โดยเหมาะกับรถใช้งานแต่ละประเภท ดังนี้

1. หัวเทียนร้อน  มีความสามารถในการระบายความร้อนจากการเผาไหม้ออกไปสู่ภายนอกได้ช้า ทำให้ตัวมันเองมีความร้อนสะสมเอาไว้มาก และสาเหตุที่ต้องสะสมความร้อนเอาไว้ก็เพื่อไม่ให้หัวเทียนบอดนั่นเอง โดยหัวเทียนร้อนเหมาะสำหรับเครื่องยนต์ที่ใช้งานไม่หนัก ไม่ต้องใช้ความเร็วเกือบตลอดเวลา เช่น ขับใช้งานทั่วไป ไปทำธุระ ไปทำงาน หรือขับอยู่ในเมือง ในระยะทางที่ไม่ไกลมาก เป็นต้น

     2. หัวเทียนเย็น มีความสามารถในการระบายความร้อนได้เร็ว และดีกว่าหัวเทียนร้อน เหมาะใช้กับเครื่องยนต์ที่ใช้งานหนัก วิ่งระยะทางไกลๆ ใช้ความเร็วสูง ทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะเมื่อวิ่งนาน ๆ จะทำให้ความร้อนสะสมมีมากพอที่จะเผาไหม้ให้คราบเขม่าไหม้ ไม่เกิดอาการหัวเทียนบอดได้

     และถ้าไม่อยากให้เครื่องยนต์มีปัญหา ก็ควรเลือกใช้หัวเทียนให้ถูกประเภท เพราะหากใช้หัวเทียนร้อน ในเครื่องยนต์ที่ใช้ความเร็วสูง ทำงานตลอดเวลานานๆ จะทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น หัวเทียนละลาย กระเบื้องแตก เกิดการชิงจุดระเบิดก่อน จนทำให้เครื่องยนต์เสียหาย ฯลฯ ส่วนการใช้หัวเทียนเย็นในเครื่องยนต์ที่ขับใช้งานทั่วไป ในระยะทางสั้นๆ อาจทำให้เกิดคราบสกปรกขึ้นบริเวณหัวเทียน ทำให้กระแสไฟวิ่งผ่านลำบาก เครื่องสะดุด เดินไม่เรียบ ฯลฯ

  สุดท้ายนี้หากรถของคุณมีอาการ เครื่องยนต์เดินไม่เต็มสูบ เร่งไม่ขึ้น มีอาการสั่นผิดปกติเวลาเดินเบา กินนำมันเชื้อเพลิงมากกว่าปกติ สตาร์ทติดยาก ฯลฯ ให้เช็กดูให้ดี เพราะอาการแบบนี้อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ รวมไปถึงหัวเทียน เนื่องจากบางคนอาจมองไปที่ปัญหาใหญ่ๆ ก่อน จนหลงลืมไปว่า ที่รถยนต์เกิดอาการผิดปกติแบบนี้ อาจเป็นเพราะแค่หัวเทียนเสียก็ได้ และเพื่อความชัวร์ คุณควรเปลี่ยนหัวเทียน (แบบธรรมดา มาตรฐาน) ยกชุดทุกๆ 20,000 – 30,000 กิโลเมตร


สนใจเรียนเรียนขับรถพร้อมสอบใบขับขี่สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ:
Facebook : สอนขับรถพร้อมสอบใบขับขี่ที่ ไอดี ไดร์ฟเวอร์
Line : @iddrives (มี@ข้างหน้า)
โทรศัพท์ : 098-2610126 หรือ 0934083377
อีเมล : contact@iddrives.co.th

ขอขอบคุณข้อมูล : เยลโล่เซอร์วิส

บทความล่าสุด

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนไอดีสอนทักษะอาชีพ (บริหารโดย บริษัท ไอดีไดรฟ์ จำกัด) จับมือ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดขอนแก่น (สกร.จังหวัดขอนแก่น) ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) มุ่งส่งเสริมผู้เรียน ฝึกอบรม และฝึกประสบการณ์ใน “หลักสูตรด้านมาตรฐานวิชาชีพ”

โรงเรียนไอดีสอนทักษะอาชีพ (บริหารโดย บริษัท ไอดีไดรฟ์ จำกัด) จับมือ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดขอนแก่น (สกร.จังหวัดขอนแก่น) ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) มุ่งส่งเสริมผู้เรียน ฝึกอบรม และฝึกประสบการณ์ใน “หลักสูตรด้านมาตรฐานวิชาชีพ”

อ่านต่อ >>
ยกระดับศักยภาพแรงงานไทย! สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติ ร่วมกับ โรงเรียนสอนขับรถไอดีไดร์ฟเวอร์ เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพแรงงานขับเคลื่อนการเติบโตภาคเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน จัดอบรมหลักสูตร “ครูฝึกด้านเทคนิคการขับรถยก” รุ่นที่ 1 และ 2

ยกระดับศักยภาพแรงงานไทย! สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติ ร่วมกับ โรงเรียนสอนขับรถไอดีไดร์ฟเวอร์ เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพแรงงานขับเคลื่อนการเติบโตภาคเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน จัดอบรมหลักสูตร “ครูฝึกด้านเทคนิคการขับรถยก” รุ่นที่ 1 และ 2

อ่านต่อ >>