น้ำมันเฟืองท้ายรถมอเตอร์ไซค์ออโตเมติก ต่างจากน้ำมันเครื่องอย่างไร และควรเปลี่ยนทุกๆ กี่กิโลเมตร

น้ำมันเฟืองท้ายรถมอเตอร์ไซค์ออโตเมติก ต่างจากน้ำมันเครื่องอย่างไร และควรเปลี่ยนทุกๆ กี่กิโลเมตร

หลายคนมักละเลย “น้ำมันเฟืองท้าย” (Gear Oil) เพราะคิดว่าเปลี่ยนแค่น้ำมันเครื่องก็เพียงพอแล้ว แต่สำหรับรถมอเตอร์ไซค์ออโตเมติก (Scooter) ระบบส่งกำลังจะแยกออกจากเครื่องยนต์อย่างชัดเจน หากปล่อยให้น้ำมันเฟืองท้ายแห้งหรือเสื่อมสภาพ ชุดเฟืองท้ายอาจจะหัก พัง และมีค่าซ่อมที่สูงมากครับ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน นี่คือความแตกต่างและกำหนดการเปลี่ยนถ่ายที่ถูกต้องครับ

1. น้ำมันเฟืองท้าย VS น้ำมันเครื่อง ต่างกันอย่างไร?

แม้จะเป็นของเหลวหล่อลื่นเหมือนกัน แต่หน้าที่และคุณสมบัติแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงตามตารางเปรียบเทียบนี้ครับ

คุณสมบัติน้ำมันเครื่อง (Engine Oil)น้ำมันเฟืองท้าย (Gear Oil)
หน้าที่หลักหล่อลื่นลูกสูบ เพลาข้อเหวี่ยง และลดความร้อนจากการเผาไหม้ในเครื่องยนต์หล่อลื่นชุดเฟืองเกียร์ส่งกำลังที่หมุนขบกันด้วยความเร็วสูง ก่อนส่งกำลังไปที่ล้อหลัง
สภาวะการทำงานต้องทนความร้อนสูงมากจากห้องเผาไหม้ และปนเปื้อนเขม่าควันได้ง่ายไม่เจอความร้อนจากการเผาไหม้ แต่ต้องรับแรงกดและแรงกระแทก (Extreme Pressure) ระหว่างฟันเกียร์
ความหนืด (Viscosity)ค่อนข้างใสกว่า (เช่น SAE 10W-30, 10W-40) เพื่อให้ไหลเวียนไปเลี้ยงลูกสูบได้รวดเร็วมีความหนืดสูงกว่า (เช่น SAE 80W-90, 85W-140) เพื่อสร้างฟิล์มน้ำมันหนาๆ เคลือบผิวฟันเกียร์

ข้อห้ามเด็ดขาด: ห้ามนำน้ำมันเครื่องไปเติมแทนน้ำมันเฟืองท้าย และ ห้ามนำน้ำมันเฟืองท้ายไปเติมในเครื่องยนต์ เพราะฟิล์มน้ำมันที่ไม่ตรงกับลักษณะงานจะทำให้ระบบนั้นๆ พังเสียหายอย่างรวดเร็ว

2. ควรเปลี่ยนทุกๆ กี่กิโลเมตร?

สูตรจำง่ายๆ ที่ช่างนิยมแนะนำสำหรับรถออโตเมติกคือ “เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง 2 ครั้ง ให้เปลี่ยนน้ำมันเฟืองท้าย 1 ครั้ง” หรืออ้างอิงตามระยะทางมาตรฐานดังนี้ครับ:

  • ระยะเปลี่ยนถ่ายมาตรฐาน: ทุกๆ 8,000 – 10,000 กิโลเมตร (หรือทุกๆ 1 ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
  • รถใหม่ป้ายแดง (รันอิน): ควรเปลี่ยนครั้งแรกที่ 1,000 กิโลเมตรแรก พร้อมน้ำมันเครื่อง เพื่อถ่ายเอาเศษโลหะเล็กๆ ที่เกิดจากการขบกันของเฟืองใหม่ ออกจากระบบ

3. สัญญาณเตือนว่า “น้ำมันเฟืองท้ายมีปัญหา”

  1. มีเสียงหอนดังกึกๆ หรือวี้ดๆ จากล้อหลัง: สังเกตได้ชัดเจนเวลาผ่อนคันเร่งแล้วรถไหล หรือตอนบิดทำความเร็ว เกิดจากชุดเฟืองเริ่มขบกันโดยไม่มีฟิล์มน้ำมันกั้น
  2. ล้อหลังหมุนสะดุดหรือฝืด: เมื่อตั้งขาตั้งคู่แล้วลองใช้มือหมุนล้อหลัง หากรู้สึกฝืด มีจังหวะติดขัด หรือมีเสียงสากๆ ด้านใน แสดงว่าลูกปืนหรือเฟืองท้ายเริ่มเสียหาย
  3. น้ำมันเฟืองท้ายเปลี่ยนเป็นสีชาเย็น (สีโคลน): เกิดจากมีน้ำเล็ดลอดเข้าไปผสม (มักเกิดหลังขับลุยน้ำท่วมสูงเกินครึ่งล้อ) ทำให้น้ำมันหมดสภาพในการหล่อลื่น ต้องรีบเปลี่ยนถ่ายออกทันที

สนใจเรียนเรียนขับรถพร้อมสอบใบขับขี่สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ:
Facebook : สอนขับรถพร้อมสอบใบขับขี่ที่ ไอดี ไดร์ฟเวอร์
Line : @iddrives (มี@ข้างหน้า)
โทรศัพท์ : 083-5161596 หรือ 093-4083377
อีเมล : contact@iddrives.co.th

บทความล่าสุด

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนไอดีสอนทักษะอาชีพ (บริหารโดย บริษัท ไอดีไดรฟ์ จำกัด) จับมือ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดขอนแก่น (สกร.จังหวัดขอนแก่น) ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) มุ่งส่งเสริมผู้เรียน ฝึกอบรม และฝึกประสบการณ์ใน “หลักสูตรด้านมาตรฐานวิชาชีพ”

โรงเรียนไอดีสอนทักษะอาชีพ (บริหารโดย บริษัท ไอดีไดรฟ์ จำกัด) จับมือ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดขอนแก่น (สกร.จังหวัดขอนแก่น) ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) มุ่งส่งเสริมผู้เรียน ฝึกอบรม และฝึกประสบการณ์ใน “หลักสูตรด้านมาตรฐานวิชาชีพ”

อ่านต่อ >>
ยกระดับศักยภาพแรงงานไทย! สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติ ร่วมกับ โรงเรียนสอนขับรถไอดีไดร์ฟเวอร์ เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพแรงงานขับเคลื่อนการเติบโตภาคเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน จัดอบรมหลักสูตร “ครูฝึกด้านเทคนิคการขับรถยก” รุ่นที่ 1 และ 2

ยกระดับศักยภาพแรงงานไทย! สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติ ร่วมกับ โรงเรียนสอนขับรถไอดีไดร์ฟเวอร์ เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพแรงงานขับเคลื่อนการเติบโตภาคเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน จัดอบรมหลักสูตร “ครูฝึกด้านเทคนิคการขับรถยก” รุ่นที่ 1 และ 2

อ่านต่อ >>