จะ ต่อภาษีรถยนต์ ต้องรู้! รถอายุกี่ปีต้องเข้า ตรวจสภาพรถ ได้แล้ว

ตรวจสภาพรถ สิ่งสำคัญที่คนรักรถต้องรู้เพราะมีความเกี่ยวเนื่องกับการต่อภาษีรถยนต์ประจำปีนั่นเอง ซึ่งหลายคนมักลืมเวลาสำหรับการต่อภาษีรถยนต์ รวมไปถึงกฎระเบียบเงื่อนไขต่าง ๆ ก่อนการต่อภาษีรถยนต์ ทำให้ปัญหาที่ตามมาก็คือ เมื่อภาษีรถยนต์ใกล้หมด และรู้ตัวอีกทีว่ารถตัวเองต้องทำการตรวจสภาพรถก่อนต่อภาษีรถยนต์ นั่นหมายถึงเวลาที่เพิ่มขึ้นกับขั้นตอนการดำเนินการ ซึ่งอาจลงเอยไปถึงการจ่ายค่าปรับเนื่องจากภาษีรถยนต์ขาด

รู้ใจพร้อมเปิดเผยข้อมูลการตรวจสภาพรถยนต์ว่ามีความเกี่ยวพันกับการต่อภาษีรถยนต์อย่างไร และรถแบบไหน รุ่นใด ที่ต้องตรวจสภาพรถบ้าง และหากไม่มีเวลาไปตรวจสภาพรถพร้อมต่อภาษีรถยนต์ด้วยตัวเอง จะมีทางเลือกอื่นหรือไม่ เราพร้อมอธิบายทุกคำถามเกี่ยวกับการตรวจสภาพรถและการต่อภาษีรถยนต์ให้กระจ่างชัดทั้งหมด เพื่อป้องกันการเสียเวลาสำหรับคนรักรถทุกคน เมื่อต้องต่อภาษีรถยนต์ของคุณ

มาทำความเข้าใจการตรวจสภาพรถ พร้อมต่อภาษีรถยนต์กัน

เคยหรือไม่ เมื่อถึงเวลาการต่อภาษีรถยนต์ คุณถึงได้รู้ว่ารถของคุณจำเป็นต้อง ตรวจสภาพรถ ก่อนการต่อภาษีรถยนต์ซะแล้ว คำถามที่ตามมาคือ อะไรคือ กฎระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ เกี่ยวกับการต่อภาษีรถยนต์ที่ต้องทำการตรวจสภาพรถควบคู่กันไปด้วย และถ้าหากละเลย หรือไม่ได้ทำการตรวจสภาพรถก่อนการไปต่อภาษีรถยนต์ จะมีปัญหาอะไรตามมาบ้าง

ข้อบังคับเกี่ยวกับการต่อภาษีรถยนต์ที่ต้องมีการตรวจสภาพของรถก่อนคือ เมื่อใดก็ตามที่รถยนต์ของคุณมีอายุการใช้งานตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป ในส่วนของรถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง หลังจากการใช้งานครบ 7 ปีแล้ว ในปีต่อไปก่อนการต่อภาษีรถยนต์ทุกครั้งจะต้องทำการตรวจสภาพรถก่อนการต่อภาษีรถยนต์เสมอ โดยการตรวจสภาพรถแต่ละครั้ง จะเป็นการคำนวณภาษีรถยนต์รวมไปถึงการทำประกันเพื่อคุ้มครองรถยนต์ ซึ่งทุกอย่างจะถูกชี้แจงออกมาอย่างชัดเจนหลังจากการตรวจสภาพรถและต่อภาษีรถยนต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นถือเป็นค่าธรรมเนียมสำหรับการตรวจสภาพรถ โดยจะมีอัตราค่าใช้จ่าย ดังนี้

  • รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 1,600 กิโลกรัม คันละ 150 บาท
  • รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าเกิน 1,600 กิโลกรัม คันละ 250 บาท

และในส่วนของรถจักรยายนต์ก็ต้องตรวจสภาพรถด้วยเช่นกัน เมื่อรถจักรยานยนต์คันนั้นมีอายุการใช้งานตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ก่อนการต่อภาษีแต่ละครั้งจะต้องทำการตรวจสภาพรถก่อนการต่อภาษีด้วย โดยอัตราค่าบริการในส่วนของรถจักรยานยนต์สำหรับการตรวจสภาพรถนั้น มีค่าธรรมเนียมที่คันละ 60 บาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่อยู่นอกเหนือจากการต่อ พ.ร.บ.

เอกสารและสถานที่สำหรับยื่นเรื่อง ตรวจสภาพรถยนต์

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ทางกรมขนส่งทางบกจึงกำหนดเป็นนโยบาย ให้ทุกครั้งที่ทำการตรวจสภาพรถจะต้องทำควบคู่ไปกับการต่อภาษีรถยนต์พร้อมกันไปเลย ดังนั้น การเตรียมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ นั้น จึงใช้เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการต่อ พ.ร.บ. ในการเป็นหลักฐานเพื่อยื่นสำหรับการตรวจสภาพรถซึ่งมีเอกสารที่จำเป็นสำหรับตรวจสภาพรถพร้อมกับการต่อภาษีรถยนต์ จะใช้เพียง ใบคู่มือจดทะเบียนรถ หรือ สมุดทะเบียนรถ สามารถใช้ได้ทั้งฉบับจริงและฉบับสำเนา (รถยนต์ : เล่มสีฟ้า / จักรยานยนต์ : เล่มสีเขียว )

2.สถานตรวจสภาพรถเอกชน หรือ ตรอ. – เชื่อได้เลยว่า คำนี้เป็นคำที่ทุกคนคุ้นเคย แต่อาจเกิดความสงสัยจนไม่กล้าเข้าไปใช้บริการ ด้วยความเข้าใจผิดนานาประการสำหรับการใช้บริการตรวจสภาพรถพร้อมกับการต่อภาษีรถยนต์โดยอาศัยการให้บริการของ สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) โดยความเข้าใจผิดส่วนใหญ่คือ สถานที่ตรวจสภาพรถทำหน้าที่ตรวจสภาพรถแต่เพียงอย่างเดียว และไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ได้ ทำให้หลายคนเลือกที่จะไปใช้บริการโดยตรงกับกรมการขนส่งทางบกแทน

ซึ่งในการไปตรวจสภาพรถและต่อภาษีรถยนต์ที่กรมการขนส่งทางบกนั้นมีคิวที่ยาวมาก อีกทั้งด้วยความเข้าใจผิด คิดว่า มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่ามาก ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) จะมีการคิดค่าบริการเพิ่มในอัตราคันละ 200-300 บาท สำหรับการต่อภาษีรถยนต์และการตรวจสภาพรถ ซึ่งถือว่าเป็นความสะดวกสบายและประหยัดเวลาในการทำงานด้านเอกสารด้วยตัวของคุณเอง โดยที่คุณไม่ต้องเดินทางไปด้วยตัวเองที่กรมการขนส่งทางบก

รู้หรือไม่ การตรวจสภาพรถต้องตรวจสอบอะไรกันบ้าง

อีกหนึ่งเรื่องราวสำคัญที่นักขับทุกคนต้องรู้คือ ในการตรวจสภาพรถยนต์ในแต่ละครั้ง ทาง ตรอ. หรือกรมการขนส่งทางบกจะต้องตรวจสอบอะไรบ้าง ผู้ขับขี่รถควรตรวจสอบให้รอบคอบว่าการตรวจสภาพรถนั้นครบในทุกขั้นตอนหรือไม่ เพื่อไม่ให้มีปัญหาต่อการนำส่งข้อมูลเพื่อขอต่อ พ.ร.บ. ต่อไป ซึ่งจุดที่ต้องตรวจสภาพรถมีดังนี้

  • ตรวจสอบข้อมูลของรถ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นป้ายทะเบียนรถ ลักษณะรถ หมายเลขตัวถัง เลขเครื่องยนต์ ว่ามีความถูกต้อง ตรงกับที่ระบุไว้ในเอกสารหรือไม่
  • ตรวจสภาพของตัวรถ นับตั้งแต่ ตัวถัง สี อุปกรณ์เกี่ยวกับความปลอดภัย พวงมาลัย ที่ปัดน้ำฝน ว่ามีความพร้อมใช้งานมากน้อยเพียงใด
  • ตรวจสอบระบบบังคับเลี้ยว ระบบเบรครถยนต์ ว่ามีการทำงานได้อย่างปกติหรือไม่
  • ตรวจสอบความสว่างของโคมไฟหน้า พร้อมกับทิศทางการเบี่ยงเบนของแสง และวัดค่าความเข้มของแสง ว่ามีความสว่างเพียงพอต่อการส่งสัญญาณให้รถคันอื่น รวมถึงการขับขี่รถในยามค่ำคืนด้วยความปลอดภัยได้หรือไม่
  • ตรวจสอบวัดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) และก๊าซไฮโดรคาร์บอน (HC) ในระบบไอเสีย ซึ่งสำหรับความเข้าใจของคนทั่วไปก็คือ การตรวจสอบดูว่ารถยนต์คันนั้นมีควันขาวหรือไม่ ถ้ามีแสดงว่าการเผาไหม้ในห้องเครื่องเริ่มมีปัญหาและไม่สมบูรณ์แล้ว
  • ตรวจควันดำ สำหรับในส่วนของรถยนต์เครื่องดีเซล โดยระบบการกรองต้องไม่เกินร้อยละ 50 และระบบความทึบแสงต้องไม่เกินร้อยละ 45
  • ตรวจวัดระดับความดังของเสียง ต้องไม่เกิน 100 เดซิเบล
  • ตรวจสอบตามข้อต่อ ท่อ และอุปกร์ติดแก๊ส สำหรับรถที่ได้เปลี่ยนมาเป็นระบบแก๊ส จะต้องมีการตรวจเพิ่มเติม คือ การตรวจทดสอบ เช็กตามข้อต่อ ตลอดจนท่อและอุปกรณ์แก๊สทั้งระบบ ว่ามีความสมบูรณ์พร้อมใช้งานหรือไม่ โดยถังแก๊สต้องมีอายุไม่เกิน 10 ปี โดยรถยนต์ที่ใช้แก๊สมาถึง 10 ปีแล้ว ทางกรมการขนส่งทางบกจะอนุญาตให้ใช้งานต่อได้อีก 5 ปี หลังจากนั้นจะไม่ต่อ พ.ร.บ. ให้อีก


สนใจเรียนขับรถพร้อมสอบใบขับขี่สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ:
Facebook : สอนขับรถพร้อมสอบใบขับขี่ที่ ไอดี ไดร์ฟเวอร์
Line : @iddrives (มี@ข้างหน้า)
โทรศัพท์ : 098-2610126 หรือ 0934083377
อีเมล : contact@iddrives.co.th


ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก https://www.roojai.com/

บทความล่าสุด

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนไอดีสอนทักษะอาชีพ (บริหารโดย บริษัท ไอดีไดรฟ์ จำกัด) จับมือ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดขอนแก่น (สกร.จังหวัดขอนแก่น) ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) มุ่งส่งเสริมผู้เรียน ฝึกอบรม และฝึกประสบการณ์ใน “หลักสูตรด้านมาตรฐานวิชาชีพ”

โรงเรียนไอดีสอนทักษะอาชีพ (บริหารโดย บริษัท ไอดีไดรฟ์ จำกัด) จับมือ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดขอนแก่น (สกร.จังหวัดขอนแก่น) ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) มุ่งส่งเสริมผู้เรียน ฝึกอบรม และฝึกประสบการณ์ใน “หลักสูตรด้านมาตรฐานวิชาชีพ”

อ่านต่อ >>
ยกระดับศักยภาพแรงงานไทย! สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติ ร่วมกับ โรงเรียนสอนขับรถไอดีไดร์ฟเวอร์ เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพแรงงานขับเคลื่อนการเติบโตภาคเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน จัดอบรมหลักสูตร “ครูฝึกด้านเทคนิคการขับรถยก” รุ่นที่ 1 และ 2

ยกระดับศักยภาพแรงงานไทย! สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติ ร่วมกับ โรงเรียนสอนขับรถไอดีไดร์ฟเวอร์ เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพแรงงานขับเคลื่อนการเติบโตภาคเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน จัดอบรมหลักสูตร “ครูฝึกด้านเทคนิคการขับรถยก” รุ่นที่ 1 และ 2

อ่านต่อ >>