ขับเร็วแค่ไหนถึงผิดกฎหมาย?

หลายคนอาจสงสัยว่า “รถแต่ละชนิดห้ามขับเกินเท่าไหร่” เพราะบนท้องถนนในประเทศไทยมีทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถบรรทุก รถโดยสาร และอีกหลายประเภทที่ใช้ร่วมกัน การจำกัดความเร็วของแต่ละชนิดรถจึงแตกต่างกันไป เพื่อให้การจราจรเป็นระเบียบ ปลอดภัย และลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ

ทำไมต้องมีการจำกัดความเร็ว?

การจำกัดความเร็วไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้การเดินทางช้าลง แต่เป็น มาตรการเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ถนนทุกคน เพราะเมื่อขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
• จะทำให้หยุดรถได้ยาก
• เพิ่มโอกาสเกิดอุบัติเหตุ
• และทำให้ความเสียหายรุนแรงมากขึ้นเมื่อเกิดเหตุ

ดังนั้นการรู้ว่า “รถแต่ละชนิดห้ามขับเกินเท่าไหร่” จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ขับขี่ทุกคนต้องรู้และปฏิบัติตาม

รถแต่ละชนิดห้ามขับเกินเท่าไหร่ (อัปเดตปี 2025)

ตามประกาศของ กรมการขนส่งทางบก และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำหนดความเร็วสูงสุดของรถแต่ละประเภทไว้ดังนี้

  1. บนถนนนอกเขตเมือง (ทางหลวง)
    • รถยนต์ส่วนบุคคล: ไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
    • รถจักรยานยนต์: ไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
    • รถตู้โดยสารส่วนบุคคลหรือสาธารณะ: ไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
    • รถบรรทุกขนาดไม่เกิน 2,200 กิโลกรัม: ไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
    • รถบรรทุกขนาดเกิน 2,200 กิโลกรัม: ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
    • รถโดยสารขนาดใหญ่ (รถเมล์, รถทัวร์): ไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  2. บนถนนในเขตเมืองหรือเขตชุมชน
    • รถยนต์ส่วนบุคคล: ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
    • รถจักรยานยนต์: ไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
    • รถตู้โดยสาร: ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
    • รถบรรทุก: ไม่เกิน 60–80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขึ้นอยู่กับขนาดรถ
    • รถโดยสารสาธารณะ: ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หมายเหตุ: ความเร็วสูงสุดอาจแตกต่างตามป้ายจราจรที่ติดตั้งในพื้นที่นั้น ๆ
    หากมีป้ายจำกัดความเร็ว ให้ปฏิบัติตามป้ายนั้นเป็นหลัก

โทษของการขับรถเกินความเร็วที่กำหนด

การฝ่าฝืนขับรถเกินความเร็วที่กฎหมายกำหนดมีโทษตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522
• โทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท (ในกรณีทั่วไป)
• หากขับเร็วจนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุหรือสร้างความเดือดร้อน อาจมีโทษหนักกว่านั้น เช่น ตัดคะแนนความประพฤติ หรือพักใช้ใบอนุญาตขับขี่

นอกจากนี้ ระบบกล้องตรวจจับความเร็วอัตโนมัติ (Speed Camera) ก็ถูกติดตั้งในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ หากถูกจับภาพได้จะมีการส่งใบสั่งถึงเจ้าของรถโดยตรง

เคล็ดลับขับขี่ปลอดภัยไม่เกินความเร็ว

1.  สังเกตป้ายจำกัดความเร็วอยู่เสมอ — บางเส้นทางจะมีป้ายเปลี่ยนตามสภาพถนน
2.  รักษาระยะห่างจากรถคันหน้า — โดยเฉพาะเมื่อใช้ความเร็วสูง
3.  ไม่ขับเร็วในพื้นที่ชุมชนหรือเขตโรงเรียน
4.  ใช้ความเร็วตามสภาพอากาศและถนน เช่น เวลาฝนตกหรือถนนลื่นควรลดความเร็ว
5.  ตรวจเช็กสภาพรถก่อนเดินทาง เพื่อความมั่นใจว่าระบบเบรกทำงานดี

สรุป รถแต่ละชนิดห้ามขับเกินเท่าไหร่

สรุปได้ว่า “รถแต่ละชนิดห้ามขับเกินเท่าไหร่” ขึ้นอยู่กับ ประเภทของรถและลักษณะถนน โดยทั่วไป
• รถยนต์ส่วนบุคคล: ไม่เกิน 120 กม./ชม.
• รถจักรยานยนต์: ไม่เกิน 100 กม./ชม.
• รถตู้/รถโดยสาร: ไม่เกิน 100 กม./ชม.
• รถบรรทุก: ไม่เกิน 80–90 กม./ชม.

การขับรถตามความเร็วที่กำหนดไม่เพียงช่วยให้คุณปลอดภัย แต่ยังช่วยสร้างวินัยจราจรที่ดี และลดอุบัติเหตุบนท้องถนนอีกด้วย

สนใจเรียนเรียนขับรถพร้อมสอบใบขับขี่สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ:
Facebook : สอนขับรถพร้อมสอบใบขับขี่ที่ ไอดี ไดร์ฟเวอร์
Line : @iddrives (มี@ข้างหน้า)
โทรศัพท์ : 083-5161596 หรือ 093-4083377
อีเมล : contact@iddrives.

บทความล่าสุด

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนไอดีสอนทักษะอาชีพ (บริหารโดย บริษัท ไอดีไดรฟ์ จำกัด) จับมือ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดขอนแก่น (สกร.จังหวัดขอนแก่น) ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) มุ่งส่งเสริมผู้เรียน ฝึกอบรม และฝึกประสบการณ์ใน “หลักสูตรด้านมาตรฐานวิชาชีพ”

โรงเรียนไอดีสอนทักษะอาชีพ (บริหารโดย บริษัท ไอดีไดรฟ์ จำกัด) จับมือ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดขอนแก่น (สกร.จังหวัดขอนแก่น) ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) มุ่งส่งเสริมผู้เรียน ฝึกอบรม และฝึกประสบการณ์ใน “หลักสูตรด้านมาตรฐานวิชาชีพ”

อ่านต่อ >>
ยกระดับศักยภาพแรงงานไทย! สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติ ร่วมกับ โรงเรียนสอนขับรถไอดีไดร์ฟเวอร์ เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพแรงงานขับเคลื่อนการเติบโตภาคเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน จัดอบรมหลักสูตร “ครูฝึกด้านเทคนิคการขับรถยก” รุ่นที่ 1 และ 2

ยกระดับศักยภาพแรงงานไทย! สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติ ร่วมกับ โรงเรียนสอนขับรถไอดีไดร์ฟเวอร์ เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพแรงงานขับเคลื่อนการเติบโตภาคเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน จัดอบรมหลักสูตร “ครูฝึกด้านเทคนิคการขับรถยก” รุ่นที่ 1 และ 2

อ่านต่อ >>