ขับรถผ่านน้ำท่วมขังอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด


เรายังคงนำเสนอเคล็ดลับการใช้งานรถในช่วงหน้าฝนกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับสัปดาห์นี้เป็นแนวทางการขับรถผ่านน้ำท่วมขังที่มักเกิดขึ้นบ่อยทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

จะทำอย่างไรดี กรณีขับรถแล้วเจอน้ำท่วม หรือมีความจำเป็นต้องขับรถลุยน้ำท่วม?
ข้อแรก ถ้าไม่จำเป็น ควรหลีกเลี่ยงแต่ถ้ามันหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราควรทำอย่างไรดีล่ะ?

แท้จริงแล้ว เราควรหลีกเลี่ยงการขับรถผ่านน้ำท่วมขังเพราะจะสร้างความเสียหายมากมายให้ตัวรถ แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้ได้เลยครับ

1. ประเมินระดับน้ำ ด้วยตาเปล่า 
ขั้นแรกระดับน้ำท่วมขังไม่ควรสูงเกิน 6 นิ้ว จากพื้นผิวถนนหรือเกินกว่าระดับกึ่งกลางล้อขึ้นมา เนื่องจากระดับน้ำที่สูงเกินไปอาจทะลักเข้าสู่ด้านหน้ารถทำให้เครื่องยนต์เสียหายหรือดับกลางทางได้ ถ้าคุณไม่คุ้นชินกับถนนที่กำลังขับขี่อยู่ ให้จอดรถก่อนถึงบริเวณที่มีน้ำท่วมขังเพื่อดูรถคันอื่นขับผ่านไปก่อน

2. ขับรถช้าๆ และชิดเส้นกึ่งกลางถนน
เมื่อขับเข้าสู่บริเวณน้ำท่วมขังแล้ว ควรขับชิดกึ่งกลางถนนเพราะส่วนใหญ่แล้วจะเป็นบริเวณที่ระดับน้ำต่ำที่สุด ควรใช้เกียร์หนึ่งในการขับขี่ (หรือเกียร์ D ตามปกติ) และขับให้ช้าราว 2 – 3 กม./ชม. เพื่อป้องกันน้ำไหลทะลักเข้าสู่ห้องเครื่องยนต์

3. ห้ามเปิดแอร์ โดยเด็ดขาด
ถ้ารู้ว่าต้องขับขี่ผ่านถนนน้ำท่วมขังให้ปิดแอร์และลดกระจกลงเล็กน้อย เพราะจะช่วยลดโหลดการทำงานของเครื่องยนต์และป้องกันไม่ให้พัดลมทำงานที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงเครื่องยนต์ดับกลางทาง

4. รถขับเคลื่อน 4 ล้อก็ห้ามประมาท โดยเด็ดขาด
แม้กระทั่งรถเอสยูวีหรือรถกระบะที่ขับเคลื่อน 4 ล้อก็ควรระมัดระวังและขับช้าๆ บนถนนที่มีน้ำท่วมขัง เพราะไม่เพียงป้องกันรถของตนเองเกิดความเสียหายเท่านั้น แต่ยังจะไม่สร้างคลื่นน้ำสูงไปรบกวนรถคันอื่นที่อาจมีความเตี้ยมากกว่า

5. เว้นระยะห่างจากคันหน้ามากกว่าปกติ
การขับรถเว้นระยะห่างจากคันข้างหน้ามากกว่าการขับขี่บนถนนที่แห้งตามปกติจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงไม่ต้องชะลอจนต้องจอดกลางน้ำท่วมขังถ้ารถคันหน้าชะลอความเร็วซึ่งสุ่มเสี่ยงที่เครื่องยนต์จะดับได้ ขณะเดียวกัน ยังป้องกันอุบัติเหตุการชนท้ายเพราะเบรกของคุณอาจมีประสิทธิภาพลดลงอย่างมากเมื่ออยู่ในน้ำ

6. หากเครื่องยนต์ดับให้ออกจากรถ
ถ้าเครื่องยนต์ดับขณะขับขี่อยู่กลางน้ำท่วมขัง ไม่ควรเปิดฝากระโปรง แต่ให้ออกมาจากรถและไปยืนรอบนทางเท้าหรือบริเวณที่แห้งเพื่อรอรับความช่วยเหลือ

7. เช็คเบรกทุกครั้งเมื่อขับออกจากน้ำท่วมขัง
หลังจากขับผ่านน้ำท่วมขังแล้ว ควรย้ำเบรกหลายครั้งเพื่อให้เบรกกลับมาทำงานเต็มประสิทธิภาพเหมือนเดิม โดยในช่วงแรกไม่ควรขับรถเร็วมากนักจนกว่าจะแน่ใจแล้วว่าเบรกของคุณ “จับ” หรือทำงานได้เหมือนเดิม นอกจากนี้ ถ้าน้ำมีระดับสูงมากควรจะนำรถเข้าตรวจเช็คสภาพเบื้องต้นว่ามีชิ้นส่วนใดเสียหายหรือไม่


ย้อนกลับ