9 เหตุผล ที่คุณควรรู้ว่าทำไมจึงต้องเรียนขับรถที่ไอดีไดร์ฟเวอร์


1.ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ก็เรียนได้

เพราะทางไอดีไดร์ฟเวอร์ ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกและกระทรวงศึกษาธิการ ว่ามีหลักสูตรที่ได้มาตรฐานในการเรียนการสอน สามารถฝึกสอนได้ ตั้งแต่ผู้ที่ยังไม่มีความรู้ไปจนถึงผู้ที่มีอาชีพในการใช้การขับรถเป็นอาชีพ เช่น การฝึกเพื่อการแข่งขันต่างๆ เรามีบุคลากรที่เชี่ยวชาญสอน และยังมีเครื่อง Car Simulator ให้ทดสอบเรียนรู้อุปกรณ์ต่างๆภายในรถ และข้อควรปฏิบัติต่างๆก่อนขับจริง เพิ่มความมั่นใจในการขับรถมากขึ้น และปลอดภัยในการขับรถออกถนนใหญ่ด้วยความมั่นใจ

2.สะดวกรวดเร็ว ไม่เสียเวลา

โดยปกติการสอบใบขับขี่ที่ขนส่งจะต้องดำเนินการ จันทร์ถึงศุกร์เท่านั้น และต้องจองคิวบางแห่งถึง 90 วันในการอบรมเลยครับ แต่โรงเรียนสอนขับรถไอดีไดร์ฟเวอร์ เปิดสอนทุกวันจันทร์ถึงอาทิตย์ 06.00 น. – 20.00 น. และสามารถเลือกสอบใบอนุญาตในวันต่างๆ อาทิเช่น วันธรรมดา หรือวันหยุด วันเสาร์ อาทิตย์ได้

แต่ถ้าหากอบรมกับทางโรงเรียนสอนขับรถไอดีไดร์ฟเวอร์ ฝึกอบรม ได้ทุกวันครับ วันละ 2 รอบ             รอบละ 5 ชม ครับ

3.ด้านของความรู้ที่ได้รับเป็นมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก

ความรู้ที่ท่านได้รับภาคทฤษฎีอย่างแน่นอนจะมีอยู่หัวข้อใหญ่ๆดังนี้
- วิชา กฎหมายจราจร-กฎหมายเกี่ยวข้องต่างๆ 2 ชั่วโมง

- วิชา เทคนิคขับขี่ปลอดภัย-พร้อมแก้ไขสถานการณ์ 1 ชั่วโมง

- วิชา การปฐมพยาบาลช่วยเหลือเบื้องต้น

- วิชา มารยาทการขับขี่และดูแลบำรุงรักษารถ-พร้อมแก้ไขเบื้องต้น 2 ชั่วโมง

หัวข้ออบรมต่างๆเหล่านี้จะทำให้ท่านสามารถป้องกันอุบัติเหตุเบื้องต้นได้ในขณะอยู่บนถนน  ท่านไม่เพียงแต่จะได้รู้ว่าท่านกระทำผิดหรือไม่แต่ท่านจะสามารถมองผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นออกว่า ปฏิบัติได้ถูกกฎจราจรหรือไม่หรือมีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ตัวท่านเอง ท่านก็จะสามารถหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านั้นได้ 

4.วิทยากรและครูฝึกที่ให้ความรู้

วิทยากรครูฝึกทุกท่านมีประสบการณ์ขับรถและฝึกสอนมาทุกคนครับ ครูฝึกทุกท่านจะได้รับการฝึกจากกรมการขนส่งทางบกและได้รับบัตรอนุญาตครูฝึกสอนของโรงเรียนซึ่งได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกทุกคนครับ ในส่วนของการให้ความรู้ครูฝึกจะสอนวิชาและความรู้ให้นักเรียนที่มาเรียนขับรถ 1 ต่อ 1 คนทำให้ความรู้ที่ได้รับสามารถรับได้อย่างเต็มที่ ในระยะเวลา 10 ชม. ครูมีประสบการณ์ในการสอนมามาก ทำให้สามารถสอนได้ทุกเพศทุกวัย นอกจากความรู้ครูฝึกแต่ละคนสามารถสร้างความมั่นใจให้กับนักเรียนที่ไม่กล้าขับรถออกจากถนนใหญ่ได้ครับ

5.ใช้รถโรงเรียนในการเรียนการสอนและการสอบคุ้มค่าแน่นอนครับ

ตลอดเวลาไม่น้อยกว่า 10 ชมที่อยู่บนรถยนต์กับครู ถ้าหากคิดถึงความคุ้มค่านะครับ รองคิดดูเล่นๆนะครับว่าเราขับรถระยะไกลแค่ไหนที่ใช้เวลาอยู่บนรถ 10 ชม หากเราคิดเป็นรอบที่คงที่ วิ่ง 100 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง 10 ชั่วโมงจะได้เป็นระยะทาง 1000 กิโลเมตรพอดี ถ้าเราคิดเป็นน้ำมัน 20 กิโลต่อ 1 ลิตร 1000/20 จะได้เท่ากับ 50 ลิตร น้ำมัน E20 ราคาอยู่ที่ 24.04 บาทต่อลิตร จะต้องคิดเป็นเงิน 1202 บาท ที่เป็น ค่าน้ำมันนะครับ นี้คือการขับระยะที่คงที่นะครับ แต่การเรียนการสอนเราใช้ความเร็วแค่ 40-60 ซึ่งรอบไม่คงที่นะครับทำให้กินน้ำมันมากกว่าปกติครับ

6.หากครูฝึกอยู่บนรถจะไม่เกิดอุบัติเหตุแน่นอน 95 เปอร์เซ็น

จะบอกว่า 100 เปอร์เซ็น ก็อาจจะดูโอเวอร์เกินไปเลยขอแค่ 95 เปอร์เซ็นละกันครับ ตัวรถฝึกขับถูกติดตั้งเครื่องมือเพิ่มเติมเพื่อรักษาความปลอดภัยให้นักเรียนนะครับ

1.จะมีเบรก 2 อัน ครูฝึก 1 อันนักเรียน 1 อัน เพื่อครูจะได้เบรกให้นักเรียนได้ครับเมื่อครูคาดว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปลอดภัย

2.จะมีล็อคคันเร่ง เพื่อไม่ให้นักเรียนที่ตกใจเยียบผิดแล้วรถพุ่งไปชนรถคันอื่น หรือคนที่อยู่ข้างทาง เมื่อนักเรียนตกใจรถจะไม่กระชาก

3.มีกล้องที่มีการบันทึกเหตุการณ์ ทั้งภายในและภายนอกรถ เพื่อบันทึกเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นสามารถเรียกดูได้ตลอดเวลาที่มีเหตุการผิดปกติ

7.หากเกิดอุบัติเหตุ ลูกค้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ

เมื่ออุบัติเหตุเกิดขึ้นโดยเกิดหลังจากที่มีการป้องกันครบทุกช่องทางแล้วแต่อย่างที่บอกไปในข้อ 6 ก็คือ 95 เปอร์เซ็น มันยังคงมี 5 เปอร์เซ็นอยู่ ซึ่งทางโรงเรียนสอนขับรถของเราจะไม่เรียกเก็บลูกค้าเลยแม้แต่บาทเดียวหากอุบัติเหตุนั้นเกิดขึ้นขณะที่ครูอยู่บนรถกับนักเรียน ในขณะที่กำลังเรียนอยู่

8.มีระบบติวที่มีข้อสอบ มากกว่า 1000 ข้อ ติวไม่จำกัดจำนวนครั้ง

ในขณะเข้ามาเรียนและอบรมที่โรงเรียนสอนขับรถไอดีไดร์ฟเวอร์ ทางโรงเรียนสอนขับรถเรามีระบบการติวที่มีการรวบรวมข้อสอบที่มีแนวโน้มว่าจะออก มาเพื่อให้นักเรียนได้ทดสอบทำแบบทดสอบหรือทำการติว  ไม่จำกัดจำนวนครั้งและข้อสอบจะไม่ซ้ำกันสักข้อทำให้ท่าน สามารถทำแบบทดสอบ ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และได้รับสาระความรู้อย่างแตกฉานในระเบียบกฏหมายต่างๆ เป็นอย่างดี

9.ลดความเสี่ยงและการสูญเสียจากอุบัติเหตุ

เปิดเผยอันดับประเทศที่มีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุดในโลก พบว่า นามิเบียครองแชมป์ ส่วนประเทศไทยก็ไม่ได้น้อยหน้า ครองอันดับ 2 ตามมาติด ๆ

1.นามิเบีย (45คน/แสน) 2.ไทย (44คน/แสน) 3.อิหร่าน (38คน/แสน)

สะท้อนปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนที่ควรแก้ไข ถ้าหากคนไทยทั้งประเทศได้รับการเรียนหรือการปลูกฝังพฤติกรรม การใช้รถใช้ถนนที่ดีขึ้น จริงอยู่ที่ไม่สามารถทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนไปได้ 100 เปอร์เซ็น แต่ผมเชื่อว่า แต่ถ้ามีคนที่ปฏิบัติตามกฎจราจรและมีวินัยใช้รถใช้ถนนร่วมกัน เพิ่มขึ้นอีกสัก 40 เปอร์เซ็นก็ยังดีครับ



ย้อนกลับ