ขับรถผ่านน้ำท่วมขังอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด


เรายังคงนำเสนอเคล็ดลับการใช้งานรถในช่วงหน้าฝนกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับสัปดาห์นี้เป็นแนวทางการขับรถผ่านน้ำท่วมขังที่มักเกิดขึ้นบ่อยทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดจะทำอย่างไรดี กรณีขับรถแล้วเจอน้ำท่วม หรือมีความจำเป็นต้องขับรถลุยน้ำท่วม?ข้อแรก ถ้าไม่จำเป็น ควรหลีกเลี่ยงแต่ถ้ามันหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราควรทำอย่างไรดีล่ะ?แท้จริงแล้ว เราควรหลีกเลี่ยงการขับรถผ่านน้ำท่วมขังเพราะจะสร้างความเสียหายมากมายให้ตัวรถ แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้ได้เลยครับ1. ประเมินระดับน้ำ ด้วยตาเปล่า ขั้นแรกระดับน้ำท่วมขังไม่ควรสูงเกิน 6 นิ้ว จากพื้นผิวถนนหรือเกินกว่าระดับกึ่งกลางล้อขึ้นมา เนื่องจากระดับน้ำที่สูงเกินไปอาจทะลักเข้าสู่ด้านหน้ารถทำให้เครื่องยนต์เสียหายหรือดับกลางทางได้ ถ้าคุณไม่คุ้นชินกับถนนที่กำลังขับขี่อยู่ ให้จอดรถก่อนถึงบริเวณที่มีน้ำท่วมขังเพื่อดูรถคันอื่นขับผ่านไปก่อน2. ขับรถช้าๆ และชิดเส้นกึ่งกลางถนนเมื่อขับเข้าสู่บริเวณน้ำท่วมขังแล้ว ควรขับชิดกึ่งกลางถนนเพราะส่วนใหญ่แล้วจะเป็นบริเวณที่ระดับน้ำต่ำที่สุด ควรใช้เกียร์หนึ่งในการขับขี่ (หรือเกียร์ D ตามปกติ) และขับให้ช้าราว 2 – 3 กม./ชม. เพื่อป้องกันน้ำไหลทะลักเข้าสู่ห้องเครื่องยนต์3. ห้ามเปิดแอร์ โดยเด็ดขาดถ้ารู้ว่าต้องขับขี่ผ่านถนนน้ำท่วมขังให้ปิดแอร์และลดกระจกลงเล็กน้อย เพราะจะช่วยลดโหลดการทำงานของเครื่องยนต์และป้องกันไม่ให้พัดลมทำงานที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงเครื่องยนต์ดับกลางทาง4. รถขับเคลื่อน 4 ล้อก็ห้ามประมาท โดยเด็ดขาดแม้กระทั่งรถเอสยูวีหรือรถกระบะที่ขับเคลื่อน 4 ล้อก็ควรระมัดระวังและขับช้าๆ บนถนนที่มีน้ำท่วมขัง เพราะไม่เพียงป้องกันรถของตนเองเกิดความเสียหายเท่านั้น แต่ยังจะไม่สร้างคลื่นน้ำสูงไปรบกวนรถคันอื่นที่อาจมีความเตี้ยมากกว่า5. เว้นระยะห่างจากคันหน้ามากกว่าปกติการขับรถเว้นระยะห่างจากคันข้างหน้ามากกว่าการขับขี่บนถนนที่แห้งตามปกติจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงไม่ต้องชะลอจนต้องจอดกลางน้ำท่วมขังถ้ารถคันหน้าชะลอความเร็วซึ่งสุ่มเสี่ยงที่เครื่องยนต์จะดับได้ ขณะเดียวกัน ยังป้องกันอุบัติเหตุการชนท้ายเพราะเบรกของคุณอาจมีประสิทธิภาพลดลงอย่างมากเมื่ออยู่ในน้ำ6. หากเครื่องยนต์ดับให้ออกจากรถถ้าเครื่องยนต์ดับขณะขับขี่อยู่กลางน้ำท่วมขัง ไม่ควรเปิดฝากระโปรง แต่ให้ออกมาจากรถและไปยืนรอบนทางเท้าหรือบริเวณที่แห้งเพื่อรอรับความช่วยเหลือ7. เช็คเบรกทุกครั้งเมื่อขับออกจากน้ำท่วมขังหลังจากขับผ่านน้ำท่วมขังแล้ว ควรย้ำเบรกหลายครั้งเพื่อให้เบรกกลับมาทำงานเต็มประสิทธิภาพเหมือนเดิม โดยในช่วงแรกไม่ควรขับรถเร็วมากนักจนกว่าจะแน่ใจแล้วว่าเบรกของคุณ “จับ” หรือทำงานได้เหมือนเดิม นอกจากนี้ ถ้าน้ำมีระดับสูงมากควรจะนำรถเข้าตรวจเช็คสภาพเบื้องต้นว่ามีชิ้นส่วนใดเสียหายหรือไม่อ่านต่อ


9 เหตุผล ที่คุณควรรู้ว่าทำไมจึงต้องเรียนขับรถที่ไอดีไดร์ฟเวอร์


1.ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ก็เรียนได้เพราะทางไอดีไดร์ฟเวอร์ ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกและกระทรวงศึกษาธิการ ว่ามีหลักสูตรที่ได้มาตรฐานในการเรียนการสอน สามารถฝึกสอนได้ ตั้งแต่ผู้ที่ยังไม่มีความรู้ไปจนถึงผู้ที่มีอาชีพในการใช้การขับรถเป็นอาชีพ เช่น การฝึกเพื่อการแข่งขันต่างๆ เรามีบุคลากรที่เชี่ยวชาญสอน และยังมีเครื่อง Car Simulator ให้ทดสอบเรียนรู้อุปกรณ์ต่างๆภายในรถ และข้อควรปฏิบัติต่างๆก่อนขับจริง เพิ่มความมั่นใจในการขับรถมากขึ้น และปลอดภัยในการขับรถออกถนนใหญ่ด้วยความมั่นใจ2.สะดวกรวดเร็ว ไม่เสียเวลาโดยปกติการสอบใบขับขี่ที่ขนส่งจะต้องดำเนินการ จันทร์ถึงศุกร์เท่านั้น และต้องจองคิวบางแห่งถึง 90 วันในการอบรมเลยครับ แต่โรงเรียนสอนขับรถไอดีไดร์ฟเวอร์ เปิดสอนทุกวันจันทร์ถึงอาทิตย์ 06.00 น. – 20.00 น. และสามารถเลือกสอบใบอนุญาตในวันต่างๆ อาทิเช่น วันธรรมดา หรือวันหยุด วันเสาร์ อาทิตย์ได้ แต่ถ้าหากอบรมกับทางโรงเรียนสอนขับรถไอดีไดร์ฟเวอร์ ฝึกอบรม ได้ทุกวันครับ วันละ 2 รอบ             รอบละ 5 ชม ครับ3.ด้านของความรู้ที่ได้รับเป็นมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบกความรู้ที่ท่านได้รับภาคทฤษฎีอย่างแน่นอนจะมีอยู่หัวข้อใหญ่ๆดังนี้- วิชา กฎหมายจราจร-กฎหมายเกี่ยวข้องต่างๆ 2 ชั่วโมง- วิชา เทคนิคขับขี่ปลอดภัย-พร้อมแก้ไขสถานการณ์ 1 ชั่วโมง- วิชา การปฐมพยาบาลช่วยเหลือเบื้องต้น- วิชา มารยาทการขับขี่และดูแลบำรุงรักษารถ-พร้อมแก้ไขเบื้องต้น 2 ชั่วโมงหัวข้ออบรมต่างๆเหล่านี้จะทำให้ท่านสามารถป้องกันอุบัติเหตุเบื้องต้นได้ในขณะอยู่บนถนน  ท่านไม่เพียงแต่จะได้รู้ว่าท่านกระทำผิดหรือไม่แต่ท่านจะสามารถมองผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นออกว่า ปฏิบัติได้ถูกกฎจราจรหรือไม่หรือมีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ตัวท่านเอง ท่านก็จะสามารถหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านั้นได้ 4.วิทยากรและครูฝึกที่ให้ความรู้วิทยากรครูฝึกทุกท่านมีประสบการณ์ขับรถและฝึกสอนมาทุกคนครับ ครูฝึกทุกท่านจะได้รับการฝึกจากกรมการขนส่งทางบกและได้รับบัตรอนุญาตครูฝึกสอนของโรงเรียนซึ่งได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกทุกคนครับ ในส่วนของการให้ความรู้ครูฝึกจะสอนวิชาและความรู้ให้นักเรียนที่มาเรียนขับรถ 1 ต่อ 1 คนทำให้ความรู้ที่ได้รับสามารถรับได้อย่างเต็มที่ ในระยะเวลา 10 ชม. ครูมีประสบการณ์ในการสอนมามาก ทำให้สามารถสอนได้ทุกเพศทุกวัย นอกจากความรู้ครูฝึกแต่ละคนสามารถสร้างความมั่นใจให้กับนักเรียนที่ไม่กล้าขับรถออกจากถนนใหญ่ได้ครับ 5.ใช้รถโรงเรียนในการเรียนการสอนและการสอบคุ้มค่าแน่นอนครับตลอดเวลาไม่น้อยกว่า 10 ชมที่อยู่บนรถยนต์กับครู ถ้าหากคิดถึงความคุ้มค่านะครับ รองคิดดูเล่นๆนะครับว่าเราขับรถระยะไกลแค่ไหนที่ใช้เวลาอยู่บนรถ 10 ชม หากเราคิดเป็นรอบที่คงที่ วิ่ง 100 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง 10 ชั่วโมงจะได้เป็นระยะทาง 1000 กิโลเมตรพอดี ถ้าเราคิดเป็นน้ำมัน 20 กิโลต่อ 1 ลิตร 1000/20 จะได้เท่ากับ 50 ลิตร น้ำมัน E20 ราคาอยู่ที่ 24.04 บาทต่อลิตร จะต้องคิดเป็นเงิน 1202 บาท ที่เป็น ค่าน้ำมันนะครับ นี้คือการขับระยะที่คงที่นะครับ แต่การเรียนการสอนเราใช้ความเร็วแค่ 40-60 ซึ่งรอบไม่คงที่นะครับทำให้กินน้ำมันมากกว่าปกติครับ6.หากครูฝึกอยู่บนรถจะไม่เกิดอุบัติเหตุแน่นอน 95 เปอร์เซ็นจะบอกว่า 100 เปอร์เซ็น ก็อาจจะดูโอเวอร์เกินไปเลยขอแค่ 95 เปอร์เซ็นละกันครับ ตัวรถฝึกขับถูกติดตั้งเครื่องมือเพิ่มเติมเพื่อรักษาความปลอดภัยให้นักเรียนนะครับ 1.จะมีเบรก 2 อัน ครูฝึก 1 อันนักเรียน 1 อัน เพื่อครูจะได้เบรกให้นักเรียนได้ครับเมื่อครูคาดว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปลอดภัย2.จะมีล็อคคันเร่ง เพื่อไม่ให้นักเรียนที่ตกใจเยียบผิดแล้วรถพุ่งไปชนรถคันอื่น หรือคนที่อยู่ข้างทาง เมื่อนักเรียนตกใจรถจะไม่กระชาก3.มีกล้องที่มีการบันทึกเหตุการณ์ ทั้งภายในและภายนอกรถ เพื่อบันทึกเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นสามารถเรียกดูได้ตลอดเวลาที่มีเหตุการผิดปกติ7.หากเกิดอุบัติเหตุ ลูกค้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆเมื่ออุบัติเหตุเกิดขึ้นโดยเกิดหลังจากที่มีการป้องกันครบทุกช่องทางแล้วแต่อย่างที่บอกไปในข้อ 6 ก็คือ 95 เปอร์เซ็น มันยังคงมี 5 เปอร์เซ็นอยู่ ซึ่งทางโรงเรียนสอนขับรถของเราจะไม่เรียกเก็บลูกค้าเลยแม้แต่บาทเดียวหากอุบัติเหตุนั้นเกิดขึ้นขณะที่ครูอยู่บนรถกับนักเรียน ในขณะที่กำลังเรียนอยู่8.มีระบบติวที่มีข้อสอบ มากกว่า 1000 ข้อ ติวไม่จำกัดจำนวนครั้งในขณะเข้ามาเรียนและอบรมที่โรงเรียนสอนขับรถไอดีไดร์ฟเวอร์ ทางโรงเรียนสอนขับรถเรามีระบบการติวที่มีการรวบรวมข้อสอบที่มีแนวโน้มว่าจะออก มาเพื่อให้นักเรียนได้ทดสอบทำแบบทดสอบหรือทำการติว  ไม่จำกัดจำนวนครั้งและข้อสอบจะไม่ซ้ำกันสักข้อทำให้ท่าน สามารถทำแบบทดสอบ ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และได้รับสาระความรู้อย่างแตกฉานในระเบียบกฏหมายต่างๆ เป็นอย่างดี9.ลดความเสี่ยงและการสูญเสียจากอุบัติเหตุเปิดเผยอันดับประเทศที่มีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุดในโลก พบว่า นามิเบียครองแชมป์ ส่วนประเทศไทยก็ไม่ได้น้อยหน้า ครองอันดับ 2 ตามมาติด ๆ 1.นามิเบีย (45คน/แสน) 2.ไทย (44คน/แสน) 3.อิหร่าน (38คน/แสน)สะท้อนปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนที่ควรแก้ไข ถ้าหากคนไทยทั้งประเทศได้รับการเรียนหรือการปลูกฝังพฤติกรรม การใช้รถใช้ถนนที่ดีขึ้น จริงอยู่ที่ไม่สามารถทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนไปได้ 100 เปอร์เซ็น แต่ผมเชื่อว่า แต่ถ้ามีคนที่ปฏิบัติตามกฎจราจรและมีวินัยใช้รถใช้ถนนร่วมกัน เพิ่มขึ้นอีกสัก 40 เปอร์เซ็นก็ยังดีครับอ่านต่อ


ค่าปรับจราจรที่ควรรู้


อ่านต่อ


เพิ่มเนื้อหาอบรมเป็น 5 ชั่วโมง


สอนขับรถ โรงเรียนสอนขับรถ เรียนขับรถ สอบใบขับขี่ ทำใบขับขี่ สอนขับรถขอนแก่น เรียนขับรถขอนแก่นอ่านต่อ


เรียนรู้เรื่องป้ายจราจร


ป้ายจราจรประเภทป้ายเตือนแบ่งเป็น 3 ประเภทคือ1. ป้ายเตือนตามรูปแบบและลักษณะที่กำหนด2. ป้ายเตือนที่แสดงด้วยข้อความ และ/หรือสัญลักษณ์3. ป้ายเตือนในงานก่อสร้างต่าง ๆ1.   "ทางโค้งซ้าย"ความหมาย ทาง ข้างหน้าโค้งไปทางซ้าย ให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควรและเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง2.  "ทางโค้งขวา"ความหมาย ทาง ข้างหน้าโค้งไปทางขวา ให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควรและเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง3.  "ทางโค้งรัศมีแคบ เลี้ยวซ้าย"ความหมาย ทาง ข้างหน้าโค้งรัศมีแคบไปทางซ้าย ให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควรและเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง4.  "ทางโค้งรัศมีแคบ เลี้ยวขวา"ความหมาย ทาง ข้างหน้าโค้งรัศมีแคบไปทางขวา ให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควรและเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง5.  "ทางโค้งรัศมีแคบ เริ่มซ้าย"ความหมาย ทาง ข้างหน้าโค้งรัศมีแคบไปทางซ้ายแล้วกลับ ให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควรและเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง6.  "ทางโค้งรัศมีแคบ เริ่มขวา"ความหมาย ทาง ข้างหน้าโค้งรัศมีแคบไปทางขวาแล้วกลับ ให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควรและเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง7.  "ทางคดเคี้ยว เริ่มซ้าย"ความหมาย ทาง ข้างหน้าเป็นทางคดเคี้ยวโดยเริ่มไปทางซ้าย ให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควรและเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง8.  "ทางคดเคี้ยวเริ่ม ขวา"ความหมาย ทาง ข้างหน้าเป็นทางคดเคี้ยวโดยเริ่มไปทางขวา ให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควรและเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง9. "ทางโทตัดทางเอก"    ความหมาย ทางข้างหน้ามีทางโทตัด ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง10.  "ทางโทแยกทางเอกทางซ้ายรูปตัววาย"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีทางโทแยกจากทางเอกไปทางซ้ายเป็นรูปตัววาย ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง11.  "ทางโทแยกทางเอกทาง ซ้าย"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีทางแยกไปทางซ้ายให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง12.  "ทางโทแยกทางเอกทางขวา"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีทางแยกไปทางขวาให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง13.  "ทางโทแยกทางเอกเยื้องกันเริ่มซ้าย"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีทางโทแยกไปทางซ้ายและหลังจากนั้นมีทางโทแยกไปทางขวา ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง14. "ทางโทแยกทางเอกเยื้องกันเริ่มขวา"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีทางโทแยกไปทางขวาและหลังจากนั้นมีทางโทแยกไปทางซ้าย ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง15.  "ทางโทเชื่อมทางเอกจากซ้าย"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีทางโทเข้ามาเชื่อมด้านซ้าย ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง16.  "ทางโทเชื่อมทางเอกจากขวา"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีทางโทเข้ามาเชื่อมด้านขวา ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง17.  "วงเวียนข้างหน้า"      ความหมาย ทาง ข้างหน้าจะเป็นทางแยกมีวงเวียน ให้ขับรถให้ช้าลง และเดินรถด้วยความระมัดระวัง18.   "ทางแคบลงทั้งสอง ด้าน"      ความหมาย ทางข้างหน้าแคบลงกว่าทางที่กำลังผ่านทั้งสองด้าน ผู้ขับรถจะต้องขับรถให้ช้าลงและเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น ขณะที่รถผ่านทางแคบผู้ขับรถจะต้องระมัดระวังมิให้รถชนหรือเสียดสีกัน19.   "ทางแคบด้าน ซ้าย" ความหมาย ทางข้างหน้าด้านซ้ายแคบลงกว่าทางที่กำลังผ่าน ผู้ขับรถต้องขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น20.   "ทางแคบด้านขวา" ความหมาย ทางข้างหน้าด้านขวาแคบลงกว่าทางที่กำลังผ่าน ผู้ขับรถต้องขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น21.  "สะพานแคบ" ความหมาย ทางข้างหน้ามีสะพานแคบ รถเดินหลีกกันไม่ได้ ให้ขับรถให้ช้าลงและระมัดระวังอันตรายจากรถที่จะสวนมา จากอีกฝ่ายหนึ่งของสะพาน ถ้ามีป้ายอื่นติดตั้งอยู่ ก็ให้ปฏิบัติตามป้ายนั้น ๆ ด้วย22.   "ทางข้ามทางรถไฟ ไม่มีเครื่องกั้นทาง" ความหมาย ทางข้างหน้ามีทางรถไฟตัดผ่านและไม่มีเครื่องกั้นทาง ให้ขับรถให้ช้าลงให้มาก และสังเกตดูรถไฟทั้งทางขวาและทางซ้าย ถ้ามีรถไฟกำลังจะผ่านมาให้หยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟอย่างน้อย 5 เมตร แล้วรอคอยจนกว่ารถไฟนั้นผ่านพ้นไปและปลอดภัยแล้ว จึงเคลื่อนรถต่อไปได้ ห้ามมิให้ขับรถตัดหน้ารถไฟในระยะที่อาจจะเกิดอันตรายได้เป็นอันขาด23.  "ทางข้ามทางรถไฟ มีเครื่องกั้นทาง" ความหมาย ทางข้างหน้ามีทางรถไฟตัดผ่านและมีรั้วหรือมีเครื่องกีดขวางกั้นทาง ก่อนที่จะขับรถผ่านป้ายนี้ ให้ขับรถให้ช้าลงและพร้อมที่จะหยุดรถได้เมื่อมีเสียงสัญญาณของเจ้าหน้าที่ ดังขึ้น หรือเจ้าหน้าที่ได้กั้นทาง หรือมีเครื่องกั้นทางปิดกั้น ถ้ามีรถข้างหน้าหยุดรออยู่ก่อนก็ให้หยุดรถถัดต่อมาตามลำดับ เมื่อเปิดเครื่องกั้นทางแล้วให้รถที่หยุดรอเคลื่อนที่ตามกันได้24.  "ทางขึ้นลาดชัน" ความหมาย ทางข้างหน้าเป็นทางลาดชันขึ้นเขาหรือขึ้นเนิน สันเขาหรือสันเนินอาจกำบังสายตาไม่ให้มองเห็นรถที่สวนมา ให้ขับรถให้ช้าลงและเดินรถใกล้ขอบทางด้านซ้ายให้มาก กับให้ระมัดระวังอันตรายจากรถที่สวนทางมา25.  "ทางลงลาดชัน" ความหมาย ทางข้างหน้าเป็นทางลาดลงเขาหรือลงเนิน ให้ขับรถให้ช้าลงเดินรถใกล้ขอบทางด้านซ้ายให้มาก และผู้ขับรถไม่ควรปลดเกียร์หรือดับเครื่องยนต์เป็นอันขาดในกรณีที่เป็นทางลง เขา หรือเนินที่ชันมากให้ใช้เกียร์ต่ำเพื่อความปลอดภัย26.  "เตือนรถกระโดด" ความหมาย  ทางข้างหน้าเปลี่ยนระดับอย่างกระทันหัน เช่น บริเวณคอสะพาน  ทางข้ามท่อระบายน้ำ และคันชะลอความเร็วเป็นต้น ให้ขับรถให้ช้าลงและเพิ่มความระมัดระวัง27.  "ผิวทางขรุขระ"     ความหมาย  ทางข้างหน้าขรุขระมากมีหลุมมีบ่อ หรือเป็นสันติดต่อกัน ให้ขับรถให้ช้าลงและเพิ่มความระมัดระวัง28.  "ทางลื่น"     ความหมาย ทางข้างหน้าลื่นเมื่อผิวทางเปียกอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ให้ขับรถให้ช้าลงให้มาก และระมัดระวังการลื่นไถล อย่าใช้ห้ามล้อโดยแรงและทันที การหยุดรถ  การเบารถ หรือเลี้ยวรถในทางลื่นต้องกระทำด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ29.  "ผิวทางร่วน" ความหมาย ทางข้างหน้ามีวัสดุผิวทางหลุดกระเด็นเมื่อขับรถด้วยความเร็วสูงให้ขับรถให้ ช้าลง และระมัดระวังอันตราย อันอาจเกิดจากวัสดุผิวทาง 30.  "สะพานเปิดได้" ความหมาย ทางข้างหน้าจะต้องผ่านสะพานที่สามารถเปิดให้เรือลอด  ให้ขับรถให้ช้าลงและระมัดระวังในการหยุดรถ เมื่อเจ้าหน้าที่จะปิดกั้นทางเพื่อเปิดสะพานให้เรือผ่านเพื่อไม่ให้เกิน อันตรายต่อรถข้างหน้าและรถข้างหลัง31.   "ทางร่วม"    ความหมาย  ทางข้างหน้าจะมีรถเข้ามาร่วมในทิศทางเดียวกันจากทางซ้ายหรือทางขวาตาม ลักษณะสัญลักษณ์ในป้าย ผู้ขับรถจะต้องขับรถให้ช้าลง และเดินรถด้วยความระมัดระวัง32.  "ทางคู่ข้าง หน้า"    ความหมาย ทางข้างหน้าเป็นทางคู่มีเกาะหรือสิ่งอื่นใดแบ่งการจราจรออกเป็นสองทางไปทาง หนึ่งมาทางหนึ่ง ให้ขับรถชิดไปทางด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง33.  "สิ้นสุดทางคู่" ความหมาย  ทางข้างหน้าเป็นทางร่วมที่ไม่มีเกาะหรือสิ่งอื่นใดแบ่งการจราจร ให้ขับรถช้าลงและชิดด้านซ้ายของทาง และเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น34.  "จุดกลับรถ" ความหมาย ทางข้างหน้าจะมีที่กลับรถ35.  "สัญญาณจราจร"     ความหมาย ทางข้างหน้ามีสัญญาณไฟจราจร ให้ขับรถช้าลงและพร้อมที่จะปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจร36.  "หยุดข้างหน้า" ความหมาย ทางข้างหน้ามีเครื่องหมายหยุดติดตั้งอยู่ ให้ผู้ขับรถเตรียมพร้อมที่จะหยุดรถได้ทันที เมื่อขับรถถึงป้ายหยุด37.  "ระวังคนข้าม ถนน" ความหมาย ทางข้างหน้ามีทางสำหรับคนข้ามถนนหรือมีหมู่บ้านราษฎรอยู่ข้างทาง ซึ่งมีคนเดินข้ามไปมาอยู่เสมอ ให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควรและ ระมัดระวังคนข้ามถนน ถ้ามีคนกำลังเดินข้ามถนนให้หยุดรถให้คนเดินข้ามถนนไปได้โดยปลอดภัย38.  "ระวังคนข้าม ถนน" ความหมาย ทางข้างหน้ามีโรงเรียนตั้งอยู่ข้างทาง ให้ขับรถให้ช้าลงและระมัดระวังอุบัติเหตุซึ่งอาจจะเกิดขึ้นแก่เด็กนักเรียน ถ้ามีเด็กนักเรียนกำลังเดินข้ามถนนให้หยุดรถให้เด็กนักเรียนข้ามถนนไปได้โดย ปลอดภัย ถ้าเป็นเวลาที่โรงเรียนกำลังสอน ให้งดใช้เสียงสัญญาณและห้ามทำให้เกิดเสียงรบกวนด้วยประการใด ๆ 39.  "ระวังสัตว์" ความหมาย  ทางข้างหน้าอาจมีสัตว์ข้ามทางให้ขับรถให้ช้าลง และระมัดระวังอันตรายเป็นพิเศษ40.  "ระวังอันตราย"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีอันตราย เช่น เกิดอุบัติเหตุ ทางทรุด เป็นต้น ให้ขับรถให้ช้าลงให้มาก และระมัดระวังอันตรายเป็นพิเศษ41.  "เขตห้ามแซง" ความหมาย ใช้ติดตั้งทางด้านขวาของทาง หมายความว่า ทางช่วงนั้นมีระยะมองเห็นจำกัด  ผู้ขับรถไม่สามารถมองเห็นรถที่สวนมาในระยะที่จะแซงรถอื่นได้42.  "เครื่องหมายลูกศร คู่"ความหมาย  มีเกาะหรือสิ่งกีดขวางอยู่กลางทางจราจร ยวดยานสามารถผ่านไปได้ทั้งทางซ้ายและทางขวาของป้าย43.     "อุบัติเหตุข้างหน้า"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น อาจมียวดยานหรือสิ่งอื่นกีดขวางทางจราจร44.     "ทางเบี่ยงซ้าย"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีการก่อสร้างทางหลวง การจราจรจะต้องเปลี่ยนแนวทางไปใช้ทางเบี่ยงหรือทางชั่วคราวทางด้านซ้าย45.     "ทางเบี่ยงขวา"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีการก่อสร้างทางหลวง การจราจรจะต้องเปลี่ยนแนวทางไปใช้ทางเบี่ยงหรือทางชั่วคราวทางด้านขวา46.     "เครื่องจักรกำลังทำงาน"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีเครื่องจักรกำลังทำงานอยู่ข้างทาง และล้ำเข้ามาในผิวจราจร หรือใกล้ผิวจราจรเป็นครั้งคราว47.     "คนทำงาน"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีคนงานกำลังทำงานอยู่บนผิวจราจรหรือใกล้ชิดกับผิวจราจร48.      "สำรวจทาง"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีเจ้าหน้าที่กำลังทำการสำรวจทางอยู่บนผิวจราจรหรือใกล้ชิดกับ ผิวจราจรป้ายจราจรประเภทป้ายบังคับ แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ1. ป้ายบังคับที่แสดงความหมายตามรูปแบบและลักษณะที่กำหนด     2. ป้ายบังคับที่แสดงด้วยข้อความ และ/หรือสัญลักษณ์   1.   "หยุด"ความหมาย  รถทุกชนิดต้องหยุด เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้ว จึงให้เคลื่อนรถต่อไปได้ด้วยความระมัดระวัง2.   "ให้ทาง"       ความหมาย รถทุกชนิดต้องระมัดระวังและให้ทางแก่รถและคนเดินเท้าในทางขวางหน้าผ่านไปก่อน เมื่อเห็นว่าปลอดภัย และ ไม่เป็นการกีดขวางการจราจรที่บริเวณทางแยกนั้นแล้ว  จึงให้เคลื่อนรถต่อไปได้ด้วยความระมัดระวัง3.   "ให้รถสวนทางมาก่อน"        ความหมาย ให้ผู้ขับรถทุกชนิดหยุดรถตรงป้าย เพื่อให้รถที่กำลังแล่นสวนทางมาก่อน ถ้ามีรถข้างหน้าหยุดรออยู่ก่อนก็ให้หยุดรถรอถัดต่อกันมาตามลำดับ เมื่อรถที่สวนทางมาได้ผ่านไปหมดแล้ว จึงให้รถที่หยุดรอตามป้ายนี้เคลื่อนไปได้4.   "ห้ามแซง"        ความหมาย ห้ามมิให้ขับรถแซงขึ้นหน้ารถคันอื่นในเขตทางที่ติดตั้งป้าย5.   "ห้ามเข้า"         ควาอ่านต่อ


โครงการสร้างนักขับมืออาชีพจังหวัดขอนแก่น


ทางโรงเรียนสอนขับรถไอดี ไดร์ฟเวอร์ต้องขออภัยในเรื่องวันและเวลาที่จะเริ่มโครงการสร้างนักขับมืออาชีพจังหวัดขอนแก่น เนื่องจากยังไม่มีคำสั่งจากกรมการขนส่งทางบกเลยยังเริ่มโครงการไม่ได้ เมื่อทางกรมการขนส่งทางบกแจ้งมาทางไอดี จะแจ้งให้ทราบอีกต่อไป ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 043-227-229.043-224-000อ่านต่อ