สวดมนต์เป็นประจำเพื่อฝึกสติ สมาธิ ปัญญา


สำหรับสวดพุทธมนต์เป็นคำศักดิ์สิทธิ์เพราะเป็นคำสวดพระโอวาทที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้ไว้ การที่ชาวพุทธสวดมนต์ก็เพื่อเป็นการทบทวนพระโอวาท ที่เป็นข้อธรรมะ เมื่อใครได้ทบทวนข้อธรรมะของพระองค์ ก็ได้ชื่อว่า        ๑. เคารพในพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นต้นกำเนิดของมนต์        ๒. เคารพในพระธรรม เพราะข้อความที่สวดเป็นธรรมะ        ๓. เคารพในพระสงฆ์ เพราะบทสวดมนต์ได้ถ่ายทอดมาโดยพระสงฆ์        สิ่งที่เราเคารพ 3 อย่างนี้ รวมเรียกว่า พระรัตนตรัย การเคารพพระรัตนตรัยมีอานิสงส์ทำให้เรามีโอกาสสร้างบุญได้ต่อไป แม้ขณะที่กำลังสวดมนต์ ผลบุญก็เกิดขึ้นเป็นลำดับๆ แล้ว ตั้งแต่ขณะสวดมนต์ ร่างกายของเราอยู่ในอาการอันสงบ สำรวม ศีลก็ไม่ขาด พอจิตใจสงบ ก็เป็นสมาธิ(Meditation)ได้เร็วเมื่อทบทวนธรรมะ ปัญญาก็งอกงามไปตามลำดับๆ ได้ อานิสงส์ทางปัญญา ตกลงได้ครบทั้ง ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นอุปกรณ์เป็นพาหนะนำไปสู่การสร้างบุญ สร้างคุณงามความดีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป ยิ่งกว่านั้นผู้ที่สวดมนต์เป็นประจำ ยังเป็นผู้ที่มีโอกาสพิจารณาตนเองได้มาก ไม่วู่วาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่สวดมนต์เป็นประจำ จะมีอานิสงส์ให้พ้นภัยทั้งปวง เนื่องมาจากใจที่สงบของเขา ใจที่เกาะอยู่ในธรรมจะสะอาดและใสมาก เมื่อจะมีเหตุอะไรเกิดขึ้นกับตัว แม้จะหาเหตุผลไม่ได้ แต่จะเกิดการสังหรณ์ล่วงหน้า เพราะใจสัมผัสได้เร็ว ทำให้เตรียมตัวรับสถานการณ์ต่างๆ ได้ฉับพลัน        ผู้ที่สวดมนต์เป็นประจำ เทวดาจะลงรักษา เพราะเทวดาก็อยากได้บุญ เป็นการต่ออายุให้อยู่บนสวรรค์ได้นานๆ คนที่เทวดาลงรักษา จะทำอะไรก็เจริญรุ่งเรือง และคิดจะทำแต่ความดี ทำแต่สิ่งที่เป็นบุญกุศล นี่แหละคืออานิสงส์โดยย่อของการสวดมนต์ ซึ่งอธิบายในลักษณะที่เป็นเหตุเป็นผลโดย พระภาวนาวิริยคุณ (เผด็จ ทัตตชีโว)ประโยชน์ของการสวดมนต์ ไหว้พระ  ๑. จะทำให้ระลึกถึงคุณความดีของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ให้มีความรู้สึกละอายแก่ใจและเกรงกลัวต่อการทำชั่ว ถ้าสวดมนต์พร้อมคำแปลจะทำให้เข้าใจคำสอนไปด้วย  ๒. เป็นการฝึกสมาธิ คือ ให้ใจมีความสงบตั้งมั่นอยู่กับคำสวดมนต์อย่างต่อเนื่อง  ๓. ฝึกให้มีสติ เห็นหรือรู้เท่าทันอาการของจิต หรือกิริยาของจิต หรือพฤติแห่งจิตที่แสดงออกมาเป็นความคิด นึก ตรึก ตรอง ปรุงแต่งและอารมณ์ต่างๆ แทรกคำสวดมนต์เป็นระยะๆ  ๔. มีปัญญาเห็นว่า ถ้าขาดสติเผลอเพลินติดไปกับความคิด นึก ตรึก ตรอง ปรุงแต่งอารมณ์ต่างๆ เหล่านั้นก็จะทำให้ลืมคำสวดมนต์และจะทำให้เกิดทุกข์ ถ้ามีสติ สมาธิ ปัญญารู้เท่าทัน ก็จะไม่เผลอเพลินติดไปกับสิ่งใดให้ใจเป็นทุกข์ เรียกว่า เห็นอริยสัจจ์  ๕. ฝึกสติ สมาธิ ปัญญา รู้คำสวดมนต์ควบคู่ไปกับรู้ความ คิด นึก ตรึก ตรอง ปรุงแต่งและอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดแทรกคำสวดมนต์ได้ทุกความคิดอย่างต่อเนื่อง โดยรู้อยู่กับที่ไม่เผลอเพลินติดไปเลย แล้วจะรู้หรือเห็นจิตที่คิด นึก ตรึก ตรอง ปรุงแต่ง และอารมณ์ต่างๆ นั้นเกิดขึ้นดับไปๆ ๆ เป็นการเห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา จะทำให้ไม่ขาดสติเผลอเพลินติดไปกับความรู้สึก นึก คิด ตรึก ตรอง ปรุงแต่งและอารมณ์ใดเลย ก็จะพ้นทุกข์            ต่อไปในชีวิตประจำวัน เมื่อทำงานก็ฝึกให้มีสมาธิอยู่กับการทำงานหรือเคลื่อนไหวอิริยาบถต่างๆ ของร่างกาย เช่น การเดิน การนั่ง แทนคำสวดมนต์ พร้อมกับมีสติปัญญารู้หรือเห็นจิตที่นึก คิด ตรึก ตรอง ปรุงแต่งแทรกการทำงาน หรือการเคลื่อนไหวอิริยาบถต่างๆ ของร่างการเกิดดับในขณะปัจจุบันตลอดเวลา ครั้นเมื่อว่างจากการทำงานหรือกิจกรรมที่ทำ ก็ให้มีสมาธิอยู่กับคำสวดมนต์พร้อมกับมีสติปัญญารู้หรือเห็นจิตที่คิด นึก ตรึก ตรอง ปรุงแต่งแทรกคำสวดมนต์เกิดดับในขณะปัจจุบันนั้นตลอดเวลา ถ้าฝึกได้ดั่งนี้ก็จะเป็นผู้มีสติ สมาธิ ปัญญา อย่างต่อเนื่องไม่เผลอเพลินขาดสติให้ใจไปเกาะเกี่ยวสิ่งใดจนเป็นทุกข์ข้อสังเกต            ถ้ารู้เรื่องที่คิดไม่ใช่รู้จิตหรือรู้ใจ แต่รู้ธรรมารมณ์ คือ สิ่งใดหรือเรื่องราวใดๆ ที่จิตหรือใจคิดไปถึง และแสดงว่าเพลินใจติดไปกับความคิดนั้นแล้ว แต่ถ้ารู้จิตที่แสดงอาการคิด ซึ่งเป็นความไหวตัวหรือกระเพื่อมตัวของจิต เรียกว่ารู้จิตหรือเห็นจิตที่แสดงอาการ หรือแสดงกิริยา หรือแสดงพฤติแห่งจิต            แต่ในการฝึกตอนแรกๆ จะรู้เรื่องที่คิดยาวๆ ก่อน ต่อไป เมื่อรู้ตัวเร็วขึ้น เรื่องที่คิดก็จะสั้นลงไปเรื่อยๆจนถึง “ใจ” ซึ่งเป็นต้นจิตที่คิด ที่แสดงกิริยา หรือแสดงอาการ หรือความคิด นึก ตรึก ตรอง ปรุงแต่งและอารมณ์ต่างๆ ล้วนออกมาจาก “ใจ” ซึ่งเรียกว่า ต้นจิต หรือ จิตต้น จึงทำให้มีสติปัญญาตั้งที่ใจ รู้อยู่ที่ใจ หรือรู้อยู่กับที่ที่ใจ ก็สามารถรู้ตั้งแต่คิด หรือต้นจิตที่แสดงกิริยาหรืออาการคิด            ต่อจากนั้นก็ฝึกสติปัญญาให้รู้ตั้งแต่ต้นจิตหรือต้นคิดอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย โดยให้รู้ควบคู่กับสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ใช้เป็นเครื่องล่อจิตตลอดเวลา เช่น รู้ควบคู่กับคำสวดมนต์ หรือคำบริกรรมหรือลมหายในข้าออก หรืออิริยาบถของกาย หรืองานที่กำลังทำอยู่ ก็จะไม่ขาดสติเผลอเพลินไปกับสิ่งใดให้ใจเป็นทุกข์ขอขอบคุณ หนังสือ “ปฏิบัติธรรม” เล่มที่ ๑ โดย ชมรมผู้ปฏิบัติธรรม สำนักงานศาลยุติธรรมบทสวดธรรมจักรกัปปวัตสูตรพร้อมนั่งสมาธิ คลิกที่นี่อ่านต่อ


เล่นโทรศัพท์ ขณะขับรถ มีโทษปรับ!!


เล่นโทรศัพท์ ขณะขับรถ มีโทษปรับ!! “ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ เว้นแต่การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่โดยใช้อุปกรณ์เสริมสำหรับการสนทนาเท่านั้น โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องถือหรือจับโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วย ผู้ขับขี่ จำเป็น !! ต้องมีสติ สมาธิตลอดเวลาในการใช้มือทั้งสองข้างควบคุมรถ” การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในขณะที่หยุดรถตามสัญญาณจราจรไฟสีแดงโดยไม่ใช้อุปกรณ์เสริมตามข้อยกเว้นดังกล่าว เป็นการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในระหว่างการขับรถ และเป็นความผิดตามมาตรา ๔๓ (๙) แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๖ ใครฝ่าฝืนมีสิทธิ์ ถูกจับปรับตามกฎหมายจับปรับได้ทุกกรณี รวมถึงการแปะติดเอาไว้ที่พวงมาลัย หรือวางตั้งเอาไว้บนเคสก็ตามรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกอ่านต่อ


สัญญาณไฟเลี้ยว ควร!! เปิดก่อนถึงจุดเลี้ยว ในระยะ.......


สัญญาณไฟเลี้ยว ควร!! เปิดก่อนถึงจุดเลี้ยว ในระยะ....... 30 เมตร **ระบบไฟเลี้ยว เป็นระบบไฟที่ทำหน้าที่ในการบอกทิศทางของรถยนต์ที่จะเคลื่อนที่เลี้ยวไปทางซ้ายหรือทางขวาอยากเรียนรู้วิธีเปิดไฟเลี้ยว มาเรียนที่ไอดีไดร์ฟเวอร์นะคะเรียนขับรถ พร้อมสอบใบขับขี่ที่โรงเรียนได้เลยประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ????????????????????????????????????สาขาเรามีที่ไหนบ้าง มาดูกันเลย...เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. แม้วันหยุด เราก็เปิด !!!! ค่าเรียนถูกที่สุดในขอนแก่น!!!!เพิ่มเติม คลิกอ่านต่อ


ขับรถผ่านน้ำท่วมขังอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด


เรายังคงนำเสนอเคล็ดลับการใช้งานรถในช่วงหน้าฝนกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับสัปดาห์นี้เป็นแนวทางการขับรถผ่านน้ำท่วมขังที่มักเกิดขึ้นบ่อยทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดจะทำอย่างไรดี กรณีขับรถแล้วเจอน้ำท่วม หรือมีความจำเป็นต้องขับรถลุยน้ำท่วม?ข้อแรก ถ้าไม่จำเป็น ควรหลีกเลี่ยงแต่ถ้ามันหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราควรทำอย่างไรดีล่ะ?แท้จริงแล้ว เราควรหลีกเลี่ยงการขับรถผ่านน้ำท่วมขังเพราะจะสร้างความเสียหายมากมายให้ตัวรถ แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้ได้เลยครับ1. ประเมินระดับน้ำ ด้วยตาเปล่า ขั้นแรกระดับน้ำท่วมขังไม่ควรสูงเกิน 6 นิ้ว จากพื้นผิวถนนหรือเกินกว่าระดับกึ่งกลางล้อขึ้นมา เนื่องจากระดับน้ำที่สูงเกินไปอาจทะลักเข้าสู่ด้านหน้ารถทำให้เครื่องยนต์เสียหายหรือดับกลางทางได้ ถ้าคุณไม่คุ้นชินกับถนนที่กำลังขับขี่อยู่ ให้จอดรถก่อนถึงบริเวณที่มีน้ำท่วมขังเพื่อดูรถคันอื่นขับผ่านไปก่อน2. ขับรถช้าๆ และชิดเส้นกึ่งกลางถนนเมื่อขับเข้าสู่บริเวณน้ำท่วมขังแล้ว ควรขับชิดกึ่งกลางถนนเพราะส่วนใหญ่แล้วจะเป็นบริเวณที่ระดับน้ำต่ำที่สุด ควรใช้เกียร์หนึ่งในการขับขี่ (หรือเกียร์ D ตามปกติ) และขับให้ช้าราว 2 – 3 กม./ชม. เพื่อป้องกันน้ำไหลทะลักเข้าสู่ห้องเครื่องยนต์3. ห้ามเปิดแอร์ โดยเด็ดขาดถ้ารู้ว่าต้องขับขี่ผ่านถนนน้ำท่วมขังให้ปิดแอร์และลดกระจกลงเล็กน้อย เพราะจะช่วยลดโหลดการทำงานของเครื่องยนต์และป้องกันไม่ให้พัดลมทำงานที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงเครื่องยนต์ดับกลางทาง4. รถขับเคลื่อน 4 ล้อก็ห้ามประมาท โดยเด็ดขาดแม้กระทั่งรถเอสยูวีหรือรถกระบะที่ขับเคลื่อน 4 ล้อก็ควรระมัดระวังและขับช้าๆ บนถนนที่มีน้ำท่วมขัง เพราะไม่เพียงป้องกันรถของตนเองเกิดความเสียหายเท่านั้น แต่ยังจะไม่สร้างคลื่นน้ำสูงไปรบกวนรถคันอื่นที่อาจมีความเตี้ยมากกว่า5. เว้นระยะห่างจากคันหน้ามากกว่าปกติการขับรถเว้นระยะห่างจากคันข้างหน้ามากกว่าการขับขี่บนถนนที่แห้งตามปกติจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงไม่ต้องชะลอจนต้องจอดกลางน้ำท่วมขังถ้ารถคันหน้าชะลอความเร็วซึ่งสุ่มเสี่ยงที่เครื่องยนต์จะดับได้ ขณะเดียวกัน ยังป้องกันอุบัติเหตุการชนท้ายเพราะเบรกของคุณอาจมีประสิทธิภาพลดลงอย่างมากเมื่ออยู่ในน้ำ6. หากเครื่องยนต์ดับให้ออกจากรถถ้าเครื่องยนต์ดับขณะขับขี่อยู่กลางน้ำท่วมขัง ไม่ควรเปิดฝากระโปรง แต่ให้ออกมาจากรถและไปยืนรอบนทางเท้าหรือบริเวณที่แห้งเพื่อรอรับความช่วยเหลือ7. เช็คเบรกทุกครั้งเมื่อขับออกจากน้ำท่วมขังหลังจากขับผ่านน้ำท่วมขังแล้ว ควรย้ำเบรกหลายครั้งเพื่อให้เบรกกลับมาทำงานเต็มประสิทธิภาพเหมือนเดิม โดยในช่วงแรกไม่ควรขับรถเร็วมากนักจนกว่าจะแน่ใจแล้วว่าเบรกของคุณ “จับ” หรือทำงานได้เหมือนเดิม นอกจากนี้ ถ้าน้ำมีระดับสูงมากควรจะนำรถเข้าตรวจเช็คสภาพเบื้องต้นว่ามีชิ้นส่วนใดเสียหายหรือไม่อ่านต่อ


9 เหตุผล ที่คุณควรรู้ว่าทำไมจึงต้องเรียนขับรถที่ไอดีไดร์ฟเวอร์


1.ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ก็เรียนได้เพราะทางไอดีไดร์ฟเวอร์ ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกและกระทรวงศึกษาธิการ ว่ามีหลักสูตรที่ได้มาตรฐานในการเรียนการสอน สามารถฝึกสอนได้ ตั้งแต่ผู้ที่ยังไม่มีความรู้ไปจนถึงผู้ที่มีอาชีพในการใช้การขับรถเป็นอาชีพ เช่น การฝึกเพื่อการแข่งขันต่างๆ เรามีบุคลากรที่เชี่ยวชาญสอน และยังมีเครื่อง Car Simulator ให้ทดสอบเรียนรู้อุปกรณ์ต่างๆภายในรถ และข้อควรปฏิบัติต่างๆก่อนขับจริง เพิ่มความมั่นใจในการขับรถมากขึ้น และปลอดภัยในการขับรถออกถนนใหญ่ด้วยความมั่นใจ2.สะดวกรวดเร็ว ไม่เสียเวลาโดยปกติการสอบใบขับขี่ที่ขนส่งจะต้องดำเนินการ จันทร์ถึงศุกร์เท่านั้น และต้องจองคิวบางแห่งถึง 90 วันในการอบรมเลยครับ แต่โรงเรียนสอนขับรถไอดีไดร์ฟเวอร์ เปิดสอนทุกวันจันทร์ถึงอาทิตย์ 06.00 น. – 20.00 น. และสามารถเลือกสอบใบอนุญาตในวันต่างๆ อาทิเช่น วันธรรมดา หรือวันหยุด วันเสาร์ อาทิตย์ได้ แต่ถ้าหากอบรมกับทางโรงเรียนสอนขับรถไอดีไดร์ฟเวอร์ ฝึกอบรม ได้ทุกวันครับ วันละ 2 รอบ             รอบละ 5 ชม ครับ3.ด้านของความรู้ที่ได้รับเป็นมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบกความรู้ที่ท่านได้รับภาคทฤษฎีอย่างแน่นอนจะมีอยู่หัวข้อใหญ่ๆดังนี้- วิชา กฎหมายจราจร-กฎหมายเกี่ยวข้องต่างๆ 2 ชั่วโมง- วิชา เทคนิคขับขี่ปลอดภัย-พร้อมแก้ไขสถานการณ์ 1 ชั่วโมง- วิชา การปฐมพยาบาลช่วยเหลือเบื้องต้น- วิชา มารยาทการขับขี่และดูแลบำรุงรักษารถ-พร้อมแก้ไขเบื้องต้น 2 ชั่วโมงหัวข้ออบรมต่างๆเหล่านี้จะทำให้ท่านสามารถป้องกันอุบัติเหตุเบื้องต้นได้ในขณะอยู่บนถนน  ท่านไม่เพียงแต่จะได้รู้ว่าท่านกระทำผิดหรือไม่แต่ท่านจะสามารถมองผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นออกว่า ปฏิบัติได้ถูกกฎจราจรหรือไม่หรือมีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ตัวท่านเอง ท่านก็จะสามารถหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านั้นได้ 4.วิทยากรและครูฝึกที่ให้ความรู้วิทยากรครูฝึกทุกท่านมีประสบการณ์ขับรถและฝึกสอนมาทุกคนครับ ครูฝึกทุกท่านจะได้รับการฝึกจากกรมการขนส่งทางบกและได้รับบัตรอนุญาตครูฝึกสอนของโรงเรียนซึ่งได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกทุกคนครับ ในส่วนของการให้ความรู้ครูฝึกจะสอนวิชาและความรู้ให้นักเรียนที่มาเรียนขับรถ 1 ต่อ 1 คนทำให้ความรู้ที่ได้รับสามารถรับได้อย่างเต็มที่ ในระยะเวลา 10 ชม. ครูมีประสบการณ์ในการสอนมามาก ทำให้สามารถสอนได้ทุกเพศทุกวัย นอกจากความรู้ครูฝึกแต่ละคนสามารถสร้างความมั่นใจให้กับนักเรียนที่ไม่กล้าขับรถออกจากถนนใหญ่ได้ครับ 5.ใช้รถโรงเรียนในการเรียนการสอนและการสอบคุ้มค่าแน่นอนครับตลอดเวลาไม่น้อยกว่า 10 ชมที่อยู่บนรถยนต์กับครู ถ้าหากคิดถึงความคุ้มค่านะครับ รองคิดดูเล่นๆนะครับว่าเราขับรถระยะไกลแค่ไหนที่ใช้เวลาอยู่บนรถ 10 ชม หากเราคิดเป็นรอบที่คงที่ วิ่ง 100 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง 10 ชั่วโมงจะได้เป็นระยะทาง 1000 กิโลเมตรพอดี ถ้าเราคิดเป็นน้ำมัน 20 กิโลต่อ 1 ลิตร 1000/20 จะได้เท่ากับ 50 ลิตร น้ำมัน E20 ราคาอยู่ที่ 24.04 บาทต่อลิตร จะต้องคิดเป็นเงิน 1202 บาท ที่เป็น ค่าน้ำมันนะครับ นี้คือการขับระยะที่คงที่นะครับ แต่การเรียนการสอนเราใช้ความเร็วแค่ 40-60 ซึ่งรอบไม่คงที่นะครับทำให้กินน้ำมันมากกว่าปกติครับ6.หากครูฝึกอยู่บนรถจะไม่เกิดอุบัติเหตุแน่นอน 95 เปอร์เซ็นจะบอกว่า 100 เปอร์เซ็น ก็อาจจะดูโอเวอร์เกินไปเลยขอแค่ 95 เปอร์เซ็นละกันครับ ตัวรถฝึกขับถูกติดตั้งเครื่องมือเพิ่มเติมเพื่อรักษาความปลอดภัยให้นักเรียนนะครับ 1.จะมีเบรก 2 อัน ครูฝึก 1 อันนักเรียน 1 อัน เพื่อครูจะได้เบรกให้นักเรียนได้ครับเมื่อครูคาดว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปลอดภัย2.จะมีล็อคคันเร่ง เพื่อไม่ให้นักเรียนที่ตกใจเยียบผิดแล้วรถพุ่งไปชนรถคันอื่น หรือคนที่อยู่ข้างทาง เมื่อนักเรียนตกใจรถจะไม่กระชาก3.มีกล้องที่มีการบันทึกเหตุการณ์ ทั้งภายในและภายนอกรถ เพื่อบันทึกเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นสามารถเรียกดูได้ตลอดเวลาที่มีเหตุการผิดปกติ7.หากเกิดอุบัติเหตุ ลูกค้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆเมื่ออุบัติเหตุเกิดขึ้นโดยเกิดหลังจากที่มีการป้องกันครบทุกช่องทางแล้วแต่อย่างที่บอกไปในข้อ 6 ก็คือ 95 เปอร์เซ็น มันยังคงมี 5 เปอร์เซ็นอยู่ ซึ่งทางโรงเรียนสอนขับรถของเราจะไม่เรียกเก็บลูกค้าเลยแม้แต่บาทเดียวหากอุบัติเหตุนั้นเกิดขึ้นขณะที่ครูอยู่บนรถกับนักเรียน ในขณะที่กำลังเรียนอยู่8.มีระบบติวที่มีข้อสอบ มากกว่า 1000 ข้อ ติวไม่จำกัดจำนวนครั้งในขณะเข้ามาเรียนและอบรมที่โรงเรียนสอนขับรถไอดีไดร์ฟเวอร์ ทางโรงเรียนสอนขับรถเรามีระบบการติวที่มีการรวบรวมข้อสอบที่มีแนวโน้มว่าจะออก มาเพื่อให้นักเรียนได้ทดสอบทำแบบทดสอบหรือทำการติว  ไม่จำกัดจำนวนครั้งและข้อสอบจะไม่ซ้ำกันสักข้อทำให้ท่าน สามารถทำแบบทดสอบ ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และได้รับสาระความรู้อย่างแตกฉานในระเบียบกฏหมายต่างๆ เป็นอย่างดี9.ลดความเสี่ยงและการสูญเสียจากอุบัติเหตุเปิดเผยอันดับประเทศที่มีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุดในโลก พบว่า นามิเบียครองแชมป์ ส่วนประเทศไทยก็ไม่ได้น้อยหน้า ครองอันดับ 2 ตามมาติด ๆ 1.นามิเบีย (45คน/แสน) 2.ไทย (44คน/แสน) 3.อิหร่าน (38คน/แสน)สะท้อนปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนที่ควรแก้ไข ถ้าหากคนไทยทั้งประเทศได้รับการเรียนหรือการปลูกฝังพฤติกรรม การใช้รถใช้ถนนที่ดีขึ้น จริงอยู่ที่ไม่สามารถทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนไปได้ 100 เปอร์เซ็น แต่ผมเชื่อว่า แต่ถ้ามีคนที่ปฏิบัติตามกฎจราจรและมีวินัยใช้รถใช้ถนนร่วมกัน เพิ่มขึ้นอีกสัก 40 เปอร์เซ็นก็ยังดีครับอ่านต่อ


ค่าปรับจราจรที่ควรรู้


อ่านต่อ


เพิ่มเนื้อหาอบรมเป็น 5 ชั่วโมง


สอนขับรถ โรงเรียนสอนขับรถ เรียนขับรถ สอบใบขับขี่ ทำใบขับขี่ สอนขับรถขอนแก่น เรียนขับรถขอนแก่นอ่านต่อ


เรียนรู้เรื่องป้ายจราจร


ป้ายจราจรประเภทป้ายเตือนแบ่งเป็น 3 ประเภทคือ1. ป้ายเตือนตามรูปแบบและลักษณะที่กำหนด2. ป้ายเตือนที่แสดงด้วยข้อความ และ/หรือสัญลักษณ์3. ป้ายเตือนในงานก่อสร้างต่าง ๆ1.   "ทางโค้งซ้าย"ความหมาย ทาง ข้างหน้าโค้งไปทางซ้าย ให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควรและเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง2.  "ทางโค้งขวา"ความหมาย ทาง ข้างหน้าโค้งไปทางขวา ให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควรและเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง3.  "ทางโค้งรัศมีแคบ เลี้ยวซ้าย"ความหมาย ทาง ข้างหน้าโค้งรัศมีแคบไปทางซ้าย ให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควรและเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง4.  "ทางโค้งรัศมีแคบ เลี้ยวขวา"ความหมาย ทาง ข้างหน้าโค้งรัศมีแคบไปทางขวา ให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควรและเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง5.  "ทางโค้งรัศมีแคบ เริ่มซ้าย"ความหมาย ทาง ข้างหน้าโค้งรัศมีแคบไปทางซ้ายแล้วกลับ ให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควรและเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง6.  "ทางโค้งรัศมีแคบ เริ่มขวา"ความหมาย ทาง ข้างหน้าโค้งรัศมีแคบไปทางขวาแล้วกลับ ให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควรและเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง7.  "ทางคดเคี้ยว เริ่มซ้าย"ความหมาย ทาง ข้างหน้าเป็นทางคดเคี้ยวโดยเริ่มไปทางซ้าย ให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควรและเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง8.  "ทางคดเคี้ยวเริ่ม ขวา"ความหมาย ทาง ข้างหน้าเป็นทางคดเคี้ยวโดยเริ่มไปทางขวา ให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควรและเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง9. "ทางโทตัดทางเอก"    ความหมาย ทางข้างหน้ามีทางโทตัด ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง10.  "ทางโทแยกทางเอกทางซ้ายรูปตัววาย"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีทางโทแยกจากทางเอกไปทางซ้ายเป็นรูปตัววาย ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง11.  "ทางโทแยกทางเอกทาง ซ้าย"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีทางแยกไปทางซ้ายให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง12.  "ทางโทแยกทางเอกทางขวา"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีทางแยกไปทางขวาให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง13.  "ทางโทแยกทางเอกเยื้องกันเริ่มซ้าย"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีทางโทแยกไปทางซ้ายและหลังจากนั้นมีทางโทแยกไปทางขวา ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง14. "ทางโทแยกทางเอกเยื้องกันเริ่มขวา"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีทางโทแยกไปทางขวาและหลังจากนั้นมีทางโทแยกไปทางซ้าย ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง15.  "ทางโทเชื่อมทางเอกจากซ้าย"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีทางโทเข้ามาเชื่อมด้านซ้าย ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง16.  "ทางโทเชื่อมทางเอกจากขวา"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีทางโทเข้ามาเชื่อมด้านขวา ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง17.  "วงเวียนข้างหน้า"      ความหมาย ทาง ข้างหน้าจะเป็นทางแยกมีวงเวียน ให้ขับรถให้ช้าลง และเดินรถด้วยความระมัดระวัง18.   "ทางแคบลงทั้งสอง ด้าน"      ความหมาย ทางข้างหน้าแคบลงกว่าทางที่กำลังผ่านทั้งสองด้าน ผู้ขับรถจะต้องขับรถให้ช้าลงและเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น ขณะที่รถผ่านทางแคบผู้ขับรถจะต้องระมัดระวังมิให้รถชนหรือเสียดสีกัน19.   "ทางแคบด้าน ซ้าย" ความหมาย ทางข้างหน้าด้านซ้ายแคบลงกว่าทางที่กำลังผ่าน ผู้ขับรถต้องขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น20.   "ทางแคบด้านขวา" ความหมาย ทางข้างหน้าด้านขวาแคบลงกว่าทางที่กำลังผ่าน ผู้ขับรถต้องขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น21.  "สะพานแคบ" ความหมาย ทางข้างหน้ามีสะพานแคบ รถเดินหลีกกันไม่ได้ ให้ขับรถให้ช้าลงและระมัดระวังอันตรายจากรถที่จะสวนมา จากอีกฝ่ายหนึ่งของสะพาน ถ้ามีป้ายอื่นติดตั้งอยู่ ก็ให้ปฏิบัติตามป้ายนั้น ๆ ด้วย22.   "ทางข้ามทางรถไฟ ไม่มีเครื่องกั้นทาง" ความหมาย ทางข้างหน้ามีทางรถไฟตัดผ่านและไม่มีเครื่องกั้นทาง ให้ขับรถให้ช้าลงให้มาก และสังเกตดูรถไฟทั้งทางขวาและทางซ้าย ถ้ามีรถไฟกำลังจะผ่านมาให้หยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟอย่างน้อย 5 เมตร แล้วรอคอยจนกว่ารถไฟนั้นผ่านพ้นไปและปลอดภัยแล้ว จึงเคลื่อนรถต่อไปได้ ห้ามมิให้ขับรถตัดหน้ารถไฟในระยะที่อาจจะเกิดอันตรายได้เป็นอันขาด23.  "ทางข้ามทางรถไฟ มีเครื่องกั้นทาง" ความหมาย ทางข้างหน้ามีทางรถไฟตัดผ่านและมีรั้วหรือมีเครื่องกีดขวางกั้นทาง ก่อนที่จะขับรถผ่านป้ายนี้ ให้ขับรถให้ช้าลงและพร้อมที่จะหยุดรถได้เมื่อมีเสียงสัญญาณของเจ้าหน้าที่ ดังขึ้น หรือเจ้าหน้าที่ได้กั้นทาง หรือมีเครื่องกั้นทางปิดกั้น ถ้ามีรถข้างหน้าหยุดรออยู่ก่อนก็ให้หยุดรถถัดต่อมาตามลำดับ เมื่อเปิดเครื่องกั้นทางแล้วให้รถที่หยุดรอเคลื่อนที่ตามกันได้24.  "ทางขึ้นลาดชัน" ความหมาย ทางข้างหน้าเป็นทางลาดชันขึ้นเขาหรือขึ้นเนิน สันเขาหรือสันเนินอาจกำบังสายตาไม่ให้มองเห็นรถที่สวนมา ให้ขับรถให้ช้าลงและเดินรถใกล้ขอบทางด้านซ้ายให้มาก กับให้ระมัดระวังอันตรายจากรถที่สวนทางมา25.  "ทางลงลาดชัน" ความหมาย ทางข้างหน้าเป็นทางลาดลงเขาหรือลงเนิน ให้ขับรถให้ช้าลงเดินรถใกล้ขอบทางด้านซ้ายให้มาก และผู้ขับรถไม่ควรปลดเกียร์หรือดับเครื่องยนต์เป็นอันขาดในกรณีที่เป็นทางลง เขา หรือเนินที่ชันมากให้ใช้เกียร์ต่ำเพื่อความปลอดภัย26.  "เตือนรถกระโดด" ความหมาย  ทางข้างหน้าเปลี่ยนระดับอย่างกระทันหัน เช่น บริเวณคอสะพาน  ทางข้ามท่อระบายน้ำ และคันชะลอความเร็วเป็นต้น ให้ขับรถให้ช้าลงและเพิ่มความระมัดระวัง27.  "ผิวทางขรุขระ"     ความหมาย  ทางข้างหน้าขรุขระมากมีหลุมมีบ่อ หรือเป็นสันติดต่อกัน ให้ขับรถให้ช้าลงและเพิ่มความระมัดระวัง28.  "ทางลื่น"     ความหมาย ทางข้างหน้าลื่นเมื่อผิวทางเปียกอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ให้ขับรถให้ช้าลงให้มาก และระมัดระวังการลื่นไถล อย่าใช้ห้ามล้อโดยแรงและทันที การหยุดรถ  การเบารถ หรือเลี้ยวรถในทางลื่นต้องกระทำด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ29.  "ผิวทางร่วน" ความหมาย ทางข้างหน้ามีวัสดุผิวทางหลุดกระเด็นเมื่อขับรถด้วยความเร็วสูงให้ขับรถให้ ช้าลง และระมัดระวังอันตราย อันอาจเกิดจากวัสดุผิวทาง 30.  "สะพานเปิดได้" ความหมาย ทางข้างหน้าจะต้องผ่านสะพานที่สามารถเปิดให้เรือลอด  ให้ขับรถให้ช้าลงและระมัดระวังในการหยุดรถ เมื่อเจ้าหน้าที่จะปิดกั้นทางเพื่อเปิดสะพานให้เรือผ่านเพื่อไม่ให้เกิน อันตรายต่อรถข้างหน้าและรถข้างหลัง31.   "ทางร่วม"    ความหมาย  ทางข้างหน้าจะมีรถเข้ามาร่วมในทิศทางเดียวกันจากทางซ้ายหรือทางขวาตาม ลักษณะสัญลักษณ์ในป้าย ผู้ขับรถจะต้องขับรถให้ช้าลง และเดินรถด้วยความระมัดระวัง32.  "ทางคู่ข้าง หน้า"    ความหมาย ทางข้างหน้าเป็นทางคู่มีเกาะหรือสิ่งอื่นใดแบ่งการจราจรออกเป็นสองทางไปทาง หนึ่งมาทางหนึ่ง ให้ขับรถชิดไปทางด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง33.  "สิ้นสุดทางคู่" ความหมาย  ทางข้างหน้าเป็นทางร่วมที่ไม่มีเกาะหรือสิ่งอื่นใดแบ่งการจราจร ให้ขับรถช้าลงและชิดด้านซ้ายของทาง และเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น34.  "จุดกลับรถ" ความหมาย ทางข้างหน้าจะมีที่กลับรถ35.  "สัญญาณจราจร"     ความหมาย ทางข้างหน้ามีสัญญาณไฟจราจร ให้ขับรถช้าลงและพร้อมที่จะปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจร36.  "หยุดข้างหน้า" ความหมาย ทางข้างหน้ามีเครื่องหมายหยุดติดตั้งอยู่ ให้ผู้ขับรถเตรียมพร้อมที่จะหยุดรถได้ทันที เมื่อขับรถถึงป้ายหยุด37.  "ระวังคนข้าม ถนน" ความหมาย ทางข้างหน้ามีทางสำหรับคนข้ามถนนหรือมีหมู่บ้านราษฎรอยู่ข้างทาง ซึ่งมีคนเดินข้ามไปมาอยู่เสมอ ให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควรและ ระมัดระวังคนข้ามถนน ถ้ามีคนกำลังเดินข้ามถนนให้หยุดรถให้คนเดินข้ามถนนไปได้โดยปลอดภัย38.  "ระวังคนข้าม ถนน" ความหมาย ทางข้างหน้ามีโรงเรียนตั้งอยู่ข้างทาง ให้ขับรถให้ช้าลงและระมัดระวังอุบัติเหตุซึ่งอาจจะเกิดขึ้นแก่เด็กนักเรียน ถ้ามีเด็กนักเรียนกำลังเดินข้ามถนนให้หยุดรถให้เด็กนักเรียนข้ามถนนไปได้โดย ปลอดภัย ถ้าเป็นเวลาที่โรงเรียนกำลังสอน ให้งดใช้เสียงสัญญาณและห้ามทำให้เกิดเสียงรบกวนด้วยประการใด ๆ 39.  "ระวังสัตว์" ความหมาย  ทางข้างหน้าอาจมีสัตว์ข้ามทางให้ขับรถให้ช้าลง และระมัดระวังอันตรายเป็นพิเศษ40.  "ระวังอันตราย"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีอันตราย เช่น เกิดอุบัติเหตุ ทางทรุด เป็นต้น ให้ขับรถให้ช้าลงให้มาก และระมัดระวังอันตรายเป็นพิเศษ41.  "เขตห้ามแซง" ความหมาย ใช้ติดตั้งทางด้านขวาของทาง หมายความว่า ทางช่วงนั้นมีระยะมองเห็นจำกัด  ผู้ขับรถไม่สามารถมองเห็นรถที่สวนมาในระยะที่จะแซงรถอื่นได้42.  "เครื่องหมายลูกศร คู่"ความหมาย  มีเกาะหรือสิ่งกีดขวางอยู่กลางทางจราจร ยวดยานสามารถผ่านไปได้ทั้งทางซ้ายและทางขวาของป้าย43.     "อุบัติเหตุข้างหน้า"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น อาจมียวดยานหรือสิ่งอื่นกีดขวางทางจราจร44.     "ทางเบี่ยงซ้าย"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีการก่อสร้างทางหลวง การจราจรจะต้องเปลี่ยนแนวทางไปใช้ทางเบี่ยงหรือทางชั่วคราวทางด้านซ้าย45.     "ทางเบี่ยงขวา"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีการก่อสร้างทางหลวง การจราจรจะต้องเปลี่ยนแนวทางไปใช้ทางเบี่ยงหรือทางชั่วคราวทางด้านขวา46.     "เครื่องจักรกำลังทำงาน"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีเครื่องจักรกำลังทำงานอยู่ข้างทาง และล้ำเข้ามาในผิวจราจร หรือใกล้ผิวจราจรเป็นครั้งคราว47.     "คนทำงาน"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีคนงานกำลังทำงานอยู่บนผิวจราจรหรือใกล้ชิดกับผิวจราจร48.      "สำรวจทาง"    ความหมาย  ทางข้างหน้ามีเจ้าหน้าที่กำลังทำการสำรวจทางอยู่บนผิวจราจรหรือใกล้ชิดกับ ผิวจราจรป้ายจราจรประเภทป้ายบังคับ แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ1. ป้ายบังคับที่แสดงความหมายตามรูปแบบและลักษณะที่กำหนด     2. ป้ายบังคับที่แสดงด้วยข้อความ และ/หรือสัญลักษณ์   1.   "หยุด"ความหมาย  รถทุกชนิดต้องหยุด เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้ว จึงให้เคลื่อนรถต่อไปได้ด้วยความระมัดระวัง2.   "ให้ทาง"       ความหมาย รถทุกชนิดต้องระมัดระวังและให้ทางแก่รถและคนเดินเท้าในทางขวางหน้าผ่านไปก่อน เมื่อเห็นว่าปลอดภัย และ ไม่เป็นการกีดขวางการจราจรที่บริเวณทางแยกนั้นแล้ว  จึงให้เคลื่อนรถต่อไปได้ด้วยความระมัดระวัง3.   "ให้รถสวนทางมาก่อน"        ความหมาย ให้ผู้ขับรถทุกชนิดหยุดรถตรงป้าย เพื่อให้รถที่กำลังแล่นสวนทางมาก่อน ถ้ามีรถข้างหน้าหยุดรออยู่ก่อนก็ให้หยุดรถรอถัดต่อกันมาตามลำดับ เมื่อรถที่สวนทางมาได้ผ่านไปหมดแล้ว จึงให้รถที่หยุดรอตามป้ายนี้เคลื่อนไปได้4.   "ห้ามแซง"        ความหมาย ห้ามมิให้ขับรถแซงขึ้นหน้ารถคันอื่นในเขตทางที่ติดตั้งป้าย5.   "ห้ามเข้า"         ควาอ่านต่อ


โครงการสร้างนักขับมืออาชีพจังหวัดขอนแก่น


ทางโรงเรียนสอนขับรถไอดี ไดร์ฟเวอร์ต้องขออภัยในเรื่องวันและเวลาที่จะเริ่มโครงการสร้างนักขับมืออาชีพจังหวัดขอนแก่น เนื่องจากยังไม่มีคำสั่งจากกรมการขนส่งทางบกเลยยังเริ่มโครงการไม่ได้ เมื่อทางกรมการขนส่งทางบกแจ้งมาทางไอดี จะแจ้งให้ทราบอีกต่อไป ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 043-227-229.043-224-000อ่านต่อ